ทัณฑ์จันทรา
ผู้แต่ง นภาสรร
สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ
พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2557
เมื่อบุพการีกระทำความผิดที่ไม่อาจให้อภัย หน้าที่ชดใช้จึงตกอยู่กับเธอ
มาธวี นักโบราณคดีสาว ถูก 'เทวรูปเสี้ยวจันทรา' ตามหลอกหลอนในฝัน ทั้งยังรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดและเสียงปืนได้ชัดเจนราวกับเกิดขึ้นจริง
หญิงสาวเฝ้าสงสัยเหตุการณ์ในฝันมาตลอด กระทั่งวันหนึ่ง สองผู้เฒ่าเผ่าปะหล่องก็มาพบเธอที่ที่ทำงาน เธอจึงได้รู้ว่า บุพการีผู้ล่วงลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เทวรูปประจำเผ่าหายไป ชายชราขอให้เธอออกตามเทวรูปนี้ให้เจอก่อนพิธีบูชาผีเจ้าที่ หากภารกิจนี้ล้มเหลว เธอจะต้องถูกบูชายัญเพื่อชดใช้ความผิดของบิดามารดาแทน!
เมื่อต้องเผชิญอันตรายรอบด้าน ทั้งยังมีปัญหาหัวใจที่แก้ไม่ตก เพราะต้องเลือกระหว่างชายหนุ่มผู้แสนดีกับชายหนุ่มผู้ร่วมเสี่ยงภัย มาธวีไม่อาจคาดการณ์ได้เลยว่า...บทสรุปของภารกิจนี้จะจบลงเช่นไร คำสาปที่ฉุดรั้งวิญญาณบุพการีไว้จะสูญสลาย ฤาเธอต้องกลายเป็นผู้ถูกสังเวย...เพื่อชดใช้หนี้กรรมทั้งหมดเอง
**************************************************************************
สวัสดีค่ะ สำหรับรีวิวนี้เป็นเรื่อง ทัณฑ์จันทรา นิยายแนวลึกลับ-สืบสวนของคุณนภาสรร จะว่าไปช่วงนี้เจ้าของบล็อกไม่ค่อยได้อ่านนิยายแนวนี้เท่าไหร่ (หมู่นี้เสพแต่แนวหวานๆ ฮุฮุ...) พอมีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้เลยรู้สึกลุ้นระทึกกว่าหลายเล่มที่อ่านในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเลยค่ะ :D
ตั้งแต่ยังเด็ก ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง มาธวี จะต้องฝันร้าย...ในฝันนั้น เธอได้ยินเสียงปืนและได้กลิ่นคาวเลือด...มันเป็นความฝันที่เหมือนจริงมาก และเธอก็ไม่เคยรู้เลยว่าทำไมเธอถึงฝันแบบนี้ซ้ำๆมาตลอดชีวิต
มาธวีกำพร้าบิดามารดาตั้งแต่อายุได้เพียงแค่ไม่กี่วัน เธอเติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูจาก มณีรัตน์ พี่สาวของพ่อ โดยมี ดร.เรืองฤทธิ์ อดีตเจ้านายของพ่อเป็นคนส่งเสียค่าใช้จ่าย หญิงสาวได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของบุพการีผ่านการบอกเล่าของคนทั้งสอง...มนัส พ่อของเธอเป็นนักโบราณคดีที่ได้พบรักกับ แสงคำ หญิงสาวชาวเผ่าปะหล่องขณะที่เขาขึ้นไปทำงานกับดร.เรืองฤทธิ์ในพื้นที่ของเผ่านั้น ทั้งสองกระทำ 'ผิดผี' จนแม่ตั้งท้องเธอขึ้นมา นั่นทำให้ผู้ใหญ่ในเผ่าโกรธมาก และแยกพ่อกับแม่ของเธอออกจากกัน...เพราะตามคำทำนายของเผ่า หากแสงคำทำผิดจารีตประเพณีกับชายผู้มาจากแดนไกล จะทำให้ 'เทวรูปเสี้ยวจันทรา' สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าหายสาปสูญไป และจะนำมาซึ่งหายนะของเผ่าปะหล่อง...
แสงคำเสียชีวิตหลังจากคลอดเธอออกมา ส่วนพ่อก็ป่วยด้วยโรคไข้ป่า และอำลาโลกภายหลังจากนั้นไม่นาน ดร.เรืองฤทธิ์จึงพาเธอกลับมากรุงเทพฯเพื่อให้ผู้เป็นป้าเลี้ยงดู เธอนับถือดร.เรืองฤทธิ์เสมือนพ่อคนหนึ่ง และเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเลือกเรียนโบราณคดีเหมือนคนที่รักและนับถือคนนี้
หญิงสาวเรียนจบ และได้ทำงานที่สำนักโบราณคดี โดยมี วัชรพล บุตรชายคนเดียวของดร.เรืองฤทธิ์เป็นหัวหน้าของเธอ แต่กลับต้องอึดอัดกับการกระทำของวัชรพล ที่แสดงออกว่ารักเธอ ในขณะที่มาธวีคิดกับเขาเพียงแค่พี่ชายมาตลอดตั้งแต่เด็ก การแสดงออกของวัชรพลทำให้ พนิดา เพื่อนร่วมงานของเธอที่แอบชอบชายหนุ่มอยู่ไม่พอใจ และพยายามแย่งทุนจากรัฐบาลพม่าที่มาธวีเสนอขอเพื่อค้นหาเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปะหล่อง...
มาธวีพ่ายแพ้ให้กับพนิดาในการขอทุนครั้งนั้น แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับมีสองผู้เฒ่าจากเผ่าปะหล่องมาขอพบเธอถึงสำนักโบราณคดี และเสนอทุนให้เธอสืบหาเทวรูปเสี้ยวจันทรากลับมาให้ได้...โดยมีชีวิตของเธอเป็นเดิมพัน! หมอผีประจำเผ่าทำให้หญิงสาวเกิดนิมิตเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่พ่อของเธอเป็นคนขโมยเทวรูปออกมาจากศาล แต่กลับถูกยิงเสียชีวิตโดยชายชุดดำคลุมหน้าที่หน้าศาลนั้นเอง ...มันช่างเหมือนกับฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเธอมาตลอดชีวิตไม่มีผิด!
สองผู้เฒ่าให้เวลาหญิงสาวในการตามหาเทวรูปที่หายไปและนำกลับคืนเผ่าปะหล่องภายใน 3 เดือน...หาไม่แล้วเธอจะถูกบูชายัญเพื่อให้วิญญาณของเธอกลายเป็นผีเจ้าที่แทนวิญญาณของบรรพบุรุษ!
เมื่อความจริงปรากฏว่าพ่อของเธอไม่ได้เสียชีวิตด้วยไข้ป่า แต่เพราะถูกใครบางคนสังหารหลังจากที่เอาเทวรูปออกมาจากศาล...คนชุดดำคนนั้นเป็นใคร...และเทวรูปหายไปอยู่ที่ไหน...นั่นเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องไขปริศนา
วัชรพลเป็นห่วงมาธวีจึงให้ ภากร เพื่อนสนิทของเขาที่เป็นตำรวจสายสืบฝีมือดีมาเป็นหัวหน้าเธอในปฏิบัติการตามหาเทวรูปครั้งนี้...
ภากร...ชายหนุ่มที่เรียนจบโบราณคดีแต่กลับกลายมาเป็นตำรวจเพราะใจรัก...ทุกคืนวันเพ็ญ เมื่อชายหนุ่มมองดวงจันทร์ เขาจะเห็นใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งซ้อนทับอยู่บนนั้น...หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยซึ้ง ตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขา...และเขาก็ตกหลุมรักหญิงสาวคนนั้นมาตลอด แม้ว่าจะไม่เคยได้พบค่าหน้าค่าตาของเธอ ไม่รู้จักชื่อของเธอ แต่เขากลับรับรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง และอีกไม่ช้า เขาจะได้พบกับเธอ...'เดือนคำ'
การพบกันครั้งแรกระหว่างมาธวีกับภากรเป็นอะไรที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย เพราะเขาขับรถเกือบเฉี่ยวเธอ ซ้ำเธอยังเฟอะฟะตกท่อจนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปซะหมด ตามด้วยการที่มาธวีเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นมิจฉาชีพ ทั้งสองทุ่มเถียงกัน เธอเลยโดนเขาจับใส่กุญแจมือแล้วโยนเข้ารถอีกตะหาก! ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่พบกันครั้งแรกอย่างนี้...ภารกิจลับจะรอดมั้ยล่ะเนี่ย...
มาธวีได้รับการฝึกทักษะเป็นสายลับ โดยมี มัณฑนา ตำรวจสาว เพื่อนร่วมงานของภากรเข้ามาร่วมทีมด้วย ท่าทีแปลกๆระหว่างภากรกับมัณฑนาทำให้หญิงสาวรับรู้ได้ว่าทั้งสองไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนร่วมงานกันแน่ๆ...และในที่สุดเธอก็ได้รู้ว่าทั้งคู่เคยเป็นคนรัก ก่อนที่ภากรจะขอเลิกราเนื่องจากทัศนคติไม่ตรงกัน...ภากรไม่เคยต้องการแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน ตั้งใจว่าจะไม่รักใคร เพราะเขาเห็นว่าอาชีพของตนเองต้องเสี่ยง...นั่นทำให้มาธวีต้องเก็บความรู้สึกของตนเองไว้ เพราะเธอเริ่มตกหลุมรักเขาเข้าเสียแล้ว...
ทีมสายสืบได้ลิสต์รายชื่อผู้ต้องสงสัยว่าจะมีเทวรูปเสี้ยวจันทราอยู่ในครอบครองมา ซึ่งทั้ง 3 รายล้วนแล้วแต่เป็นมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลทั้งสิ้น และต่างก็ชอบสะสมวัตถุโบราณ แน่นอนว่าพวกเขาและเธอไม่สามารถเดินดุ่มๆเข้าไปสืบค้นในบ้านของคนเหล่านี้ได้แน่...ดังนั้นภารกิจปลอมตัวภายใต้คราบของ มาริสา นักค้าวัตถุโบราณของมาธวีจึงเริ่มต้นขึ้น...
ท่ามกลางอันตรายมากมาย หัวใจทั้งสองดวงก็ยิ่งร้อยรัดเข้าด้วยกัน ไม่ว่าภากรเพียรพยายามที่จะปฏิเสธความจริงในใจตนเองเท่าใด...สุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องยอมรับว่า เขารักเธอมาตลอด...ไม่ว่าเธอจะเป็น มาธวี หรือ เดือนคำ...นางในฝันคนนั้น แต่ความรักของเขากับเธอจะสมหวังหรือไม่ ในเมื่อมีภยันตรายอยู่รอบด้าน ซ้ำคนที่ไว้ใจก็มาหักหลัง...และหากพวกเขาหาเทวรูปเสี้ยวจันทราไม่พบ...นั่นหมายถึงชีวิตของเธอ!
ส่วนตัวแล้วคิดว่า ทัณฑ์จันทรา สนุกดีค่ะ ได้ทั้งอารมณ์ลึกลับ มีเรื่องราวข้ามภพข้ามชาติ มีผี มีวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง ผสมกับอารมณ์ของนิยายแนวสืบสวน ขอบอกว่าตอนเจ้าของบล็อกอ่านช่วงแรกยังคิดว่านิยายเรื่องนี้น่ากลัวนิดๆ แต่พอมาช่วงกลางเรื่องนี่ดูเหมือนคุณนภาสรรจะเน้นรายละเอียดการเป็นสายลับซะมาก และเจ้าของบล็อกจะปลื้มมากกว่านี้ถ้าผู้เขียนจะเติมความหวานอีกสักนิด และเพิ่มความลี้ลับเข้าไปอีกหน่อย...แบบว่าผิดคาดไปนึดนึงค่ะ ไม่นึกว่าจะหนักไปทางแนวสืบสวน ฮ่าๆๆ
ส่วนบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด เจ้าของบล็อกแอบเดาถูกตั้งแต่ตอนต้นเรื่องแล้วค่ะ (ปกติก็ไม่ได้ฉลาดเท่าไหร่นะคะ เวลาอ่านนิยายสืบสวน แต่เรื่องนี้ดันทายถูกแฮะ เหอๆ) แต่ก็นับว่าคุณนภาสรรวางพล็อตตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องได้น่าสนใจดีค่ะ
จุดที่อ่านแล้วรู้สึกตงิดๆเล็กน้อยก็มีอยู่ตรงการตายของสุรัตน์ค่ะ ทำไมอยู่ดีๆถึงตายได้เนี่ย เล่นเอาเจ้าของบล็อกงง แล้วก็ไม่เห็นมีใครสืบสาวเอาเรื่องอะไรเลย (สรุปว่าตายฟรี) งงนะ...
อีกตัวละครที่น่าสนใจก็คือ สามินี เพื่อนรักของนางเอก เดาว่าน่าเธอน่าจะได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกในนิยายเรื่องต่อๆไปของคุณนภาสรรแน่ ออกจะน่ารักซะอย่างงั้น
โดยรวมแล้วนับว่าเรื่องนี้สนุกและน่าสนใจดีค่ะ นับว่าเป็นการคั่นอารมณ์ระหว่างเสพนิยายหวานๆติดต่อกันมาหลายเล่ม ถ้าใครชอบนิยายแนวนี้ อย่าลืมลองหามาอ่านดูนะคะ :D
-hypomania-
*****
ตั้งแต่ยังเด็ก ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง มาธวี จะต้องฝันร้าย...ในฝันนั้น เธอได้ยินเสียงปืนและได้กลิ่นคาวเลือด...มันเป็นความฝันที่เหมือนจริงมาก และเธอก็ไม่เคยรู้เลยว่าทำไมเธอถึงฝันแบบนี้ซ้ำๆมาตลอดชีวิต
มาธวีกำพร้าบิดามารดาตั้งแต่อายุได้เพียงแค่ไม่กี่วัน เธอเติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูจาก มณีรัตน์ พี่สาวของพ่อ โดยมี ดร.เรืองฤทธิ์ อดีตเจ้านายของพ่อเป็นคนส่งเสียค่าใช้จ่าย หญิงสาวได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของบุพการีผ่านการบอกเล่าของคนทั้งสอง...มนัส พ่อของเธอเป็นนักโบราณคดีที่ได้พบรักกับ แสงคำ หญิงสาวชาวเผ่าปะหล่องขณะที่เขาขึ้นไปทำงานกับดร.เรืองฤทธิ์ในพื้นที่ของเผ่านั้น ทั้งสองกระทำ 'ผิดผี' จนแม่ตั้งท้องเธอขึ้นมา นั่นทำให้ผู้ใหญ่ในเผ่าโกรธมาก และแยกพ่อกับแม่ของเธอออกจากกัน...เพราะตามคำทำนายของเผ่า หากแสงคำทำผิดจารีตประเพณีกับชายผู้มาจากแดนไกล จะทำให้ 'เทวรูปเสี้ยวจันทรา' สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าหายสาปสูญไป และจะนำมาซึ่งหายนะของเผ่าปะหล่อง...
แสงคำเสียชีวิตหลังจากคลอดเธอออกมา ส่วนพ่อก็ป่วยด้วยโรคไข้ป่า และอำลาโลกภายหลังจากนั้นไม่นาน ดร.เรืองฤทธิ์จึงพาเธอกลับมากรุงเทพฯเพื่อให้ผู้เป็นป้าเลี้ยงดู เธอนับถือดร.เรืองฤทธิ์เสมือนพ่อคนหนึ่ง และเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเลือกเรียนโบราณคดีเหมือนคนที่รักและนับถือคนนี้
หญิงสาวเรียนจบ และได้ทำงานที่สำนักโบราณคดี โดยมี วัชรพล บุตรชายคนเดียวของดร.เรืองฤทธิ์เป็นหัวหน้าของเธอ แต่กลับต้องอึดอัดกับการกระทำของวัชรพล ที่แสดงออกว่ารักเธอ ในขณะที่มาธวีคิดกับเขาเพียงแค่พี่ชายมาตลอดตั้งแต่เด็ก การแสดงออกของวัชรพลทำให้ พนิดา เพื่อนร่วมงานของเธอที่แอบชอบชายหนุ่มอยู่ไม่พอใจ และพยายามแย่งทุนจากรัฐบาลพม่าที่มาธวีเสนอขอเพื่อค้นหาเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปะหล่อง...
มาธวีพ่ายแพ้ให้กับพนิดาในการขอทุนครั้งนั้น แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับมีสองผู้เฒ่าจากเผ่าปะหล่องมาขอพบเธอถึงสำนักโบราณคดี และเสนอทุนให้เธอสืบหาเทวรูปเสี้ยวจันทรากลับมาให้ได้...โดยมีชีวิตของเธอเป็นเดิมพัน! หมอผีประจำเผ่าทำให้หญิงสาวเกิดนิมิตเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่พ่อของเธอเป็นคนขโมยเทวรูปออกมาจากศาล แต่กลับถูกยิงเสียชีวิตโดยชายชุดดำคลุมหน้าที่หน้าศาลนั้นเอง ...มันช่างเหมือนกับฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเธอมาตลอดชีวิตไม่มีผิด!
สองผู้เฒ่าให้เวลาหญิงสาวในการตามหาเทวรูปที่หายไปและนำกลับคืนเผ่าปะหล่องภายใน 3 เดือน...หาไม่แล้วเธอจะถูกบูชายัญเพื่อให้วิญญาณของเธอกลายเป็นผีเจ้าที่แทนวิญญาณของบรรพบุรุษ!
เมื่อความจริงปรากฏว่าพ่อของเธอไม่ได้เสียชีวิตด้วยไข้ป่า แต่เพราะถูกใครบางคนสังหารหลังจากที่เอาเทวรูปออกมาจากศาล...คนชุดดำคนนั้นเป็นใคร...และเทวรูปหายไปอยู่ที่ไหน...นั่นเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องไขปริศนา
วัชรพลเป็นห่วงมาธวีจึงให้ ภากร เพื่อนสนิทของเขาที่เป็นตำรวจสายสืบฝีมือดีมาเป็นหัวหน้าเธอในปฏิบัติการตามหาเทวรูปครั้งนี้...
ภากร...ชายหนุ่มที่เรียนจบโบราณคดีแต่กลับกลายมาเป็นตำรวจเพราะใจรัก...ทุกคืนวันเพ็ญ เมื่อชายหนุ่มมองดวงจันทร์ เขาจะเห็นใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งซ้อนทับอยู่บนนั้น...หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยซึ้ง ตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขา...และเขาก็ตกหลุมรักหญิงสาวคนนั้นมาตลอด แม้ว่าจะไม่เคยได้พบค่าหน้าค่าตาของเธอ ไม่รู้จักชื่อของเธอ แต่เขากลับรับรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง และอีกไม่ช้า เขาจะได้พบกับเธอ...'เดือนคำ'
การพบกันครั้งแรกระหว่างมาธวีกับภากรเป็นอะไรที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย เพราะเขาขับรถเกือบเฉี่ยวเธอ ซ้ำเธอยังเฟอะฟะตกท่อจนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปซะหมด ตามด้วยการที่มาธวีเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นมิจฉาชีพ ทั้งสองทุ่มเถียงกัน เธอเลยโดนเขาจับใส่กุญแจมือแล้วโยนเข้ารถอีกตะหาก! ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่พบกันครั้งแรกอย่างนี้...ภารกิจลับจะรอดมั้ยล่ะเนี่ย...
มาธวีได้รับการฝึกทักษะเป็นสายลับ โดยมี มัณฑนา ตำรวจสาว เพื่อนร่วมงานของภากรเข้ามาร่วมทีมด้วย ท่าทีแปลกๆระหว่างภากรกับมัณฑนาทำให้หญิงสาวรับรู้ได้ว่าทั้งสองไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนร่วมงานกันแน่ๆ...และในที่สุดเธอก็ได้รู้ว่าทั้งคู่เคยเป็นคนรัก ก่อนที่ภากรจะขอเลิกราเนื่องจากทัศนคติไม่ตรงกัน...ภากรไม่เคยต้องการแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน ตั้งใจว่าจะไม่รักใคร เพราะเขาเห็นว่าอาชีพของตนเองต้องเสี่ยง...นั่นทำให้มาธวีต้องเก็บความรู้สึกของตนเองไว้ เพราะเธอเริ่มตกหลุมรักเขาเข้าเสียแล้ว...
ทีมสายสืบได้ลิสต์รายชื่อผู้ต้องสงสัยว่าจะมีเทวรูปเสี้ยวจันทราอยู่ในครอบครองมา ซึ่งทั้ง 3 รายล้วนแล้วแต่เป็นมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลทั้งสิ้น และต่างก็ชอบสะสมวัตถุโบราณ แน่นอนว่าพวกเขาและเธอไม่สามารถเดินดุ่มๆเข้าไปสืบค้นในบ้านของคนเหล่านี้ได้แน่...ดังนั้นภารกิจปลอมตัวภายใต้คราบของ มาริสา นักค้าวัตถุโบราณของมาธวีจึงเริ่มต้นขึ้น...
ท่ามกลางอันตรายมากมาย หัวใจทั้งสองดวงก็ยิ่งร้อยรัดเข้าด้วยกัน ไม่ว่าภากรเพียรพยายามที่จะปฏิเสธความจริงในใจตนเองเท่าใด...สุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องยอมรับว่า เขารักเธอมาตลอด...ไม่ว่าเธอจะเป็น มาธวี หรือ เดือนคำ...นางในฝันคนนั้น แต่ความรักของเขากับเธอจะสมหวังหรือไม่ ในเมื่อมีภยันตรายอยู่รอบด้าน ซ้ำคนที่ไว้ใจก็มาหักหลัง...และหากพวกเขาหาเทวรูปเสี้ยวจันทราไม่พบ...นั่นหมายถึงชีวิตของเธอ!
*****
ส่วนตัวแล้วคิดว่า ทัณฑ์จันทรา สนุกดีค่ะ ได้ทั้งอารมณ์ลึกลับ มีเรื่องราวข้ามภพข้ามชาติ มีผี มีวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง ผสมกับอารมณ์ของนิยายแนวสืบสวน ขอบอกว่าตอนเจ้าของบล็อกอ่านช่วงแรกยังคิดว่านิยายเรื่องนี้น่ากลัวนิดๆ แต่พอมาช่วงกลางเรื่องนี่ดูเหมือนคุณนภาสรรจะเน้นรายละเอียดการเป็นสายลับซะมาก และเจ้าของบล็อกจะปลื้มมากกว่านี้ถ้าผู้เขียนจะเติมความหวานอีกสักนิด และเพิ่มความลี้ลับเข้าไปอีกหน่อย...แบบว่าผิดคาดไปนึดนึงค่ะ ไม่นึกว่าจะหนักไปทางแนวสืบสวน ฮ่าๆๆ
ส่วนบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด เจ้าของบล็อกแอบเดาถูกตั้งแต่ตอนต้นเรื่องแล้วค่ะ (ปกติก็ไม่ได้ฉลาดเท่าไหร่นะคะ เวลาอ่านนิยายสืบสวน แต่เรื่องนี้ดันทายถูกแฮะ เหอๆ) แต่ก็นับว่าคุณนภาสรรวางพล็อตตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องได้น่าสนใจดีค่ะ
จุดที่อ่านแล้วรู้สึกตงิดๆเล็กน้อยก็มีอยู่ตรงการตายของสุรัตน์ค่ะ ทำไมอยู่ดีๆถึงตายได้เนี่ย เล่นเอาเจ้าของบล็อกงง แล้วก็ไม่เห็นมีใครสืบสาวเอาเรื่องอะไรเลย (สรุปว่าตายฟรี) งงนะ...
อีกตัวละครที่น่าสนใจก็คือ สามินี เพื่อนรักของนางเอก เดาว่าน่าเธอน่าจะได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกในนิยายเรื่องต่อๆไปของคุณนภาสรรแน่ ออกจะน่ารักซะอย่างงั้น
โดยรวมแล้วนับว่าเรื่องนี้สนุกและน่าสนใจดีค่ะ นับว่าเป็นการคั่นอารมณ์ระหว่างเสพนิยายหวานๆติดต่อกันมาหลายเล่ม ถ้าใครชอบนิยายแนวนี้ อย่าลืมลองหามาอ่านดูนะคะ :D
-hypomania-
'เพราะผมคือพระอาทิตย์ที่พร้อมจะถ่ายทอดความอบอุ่นแก่คุณเสมอ'

No comments:
Post a Comment