Pages

Sunday, June 15, 2014

ชาติเสือ พันธุ์มังกร / ปราณธร

ชาติเสือ พันธุ์มังกร
ผู้แต่ง ปราณธร
สำนักพิมพ์ คำต่อคำ
พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2557



เมื่อมังกรพลัดถิ่นประกาศศักดาอหังการ ท่ามกลางบุญคุณ ห้วงรัก และแรงแค้น

หลังถูกขับออกจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ทรงวาด ลูกชาวจีนอพยพ จึงหวนคืนเยาวราชในสภาพของเสือบาดเจ็บ แต่ด้วยกิจการเดิมของครอบครัวคือโรงน้ำชาและบ่อนใหญ่เป็นอันดับหนึ่ง อีกทั้งพี่ชายบุญธรรมซึ่งเป็นนายทหารทรงอิทธิพลยังต้องการเขาในฐานะน้องชายที่จะไม่มีวันหักหลัง 'เสือ' ซึ่งหวังจะทำเพียงค้าข้าว จึงถูกหนามแห่งความกตัญญูเกี่ยวให้เข้าไปพัวพันกับการแก่งแย่งชิงดีจนก้าวขึ้นเป็นเจ้าพ่อเต็มตัว

ทว่าเมื่ออำนาจและเงินตราทำให้สิ่งที่เขาได้มาต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและน้ำตาของพี่น้องในเยาวราช และอาจรวมถึงชีวิตของผู้หญิงที่เขารักที่สุด เสือผู้หยิ่งผยองก็มิอาจทนถูกล่ามไว้ด้วยโซ่บุญคุณ

ถูกหรือผิด รอดหรือตาย ยังไม่รู้ รู้แต่ชาติเสืออย่างเขา เมื่อจะสู้ ย่อมสู้อย่างทระนง ต่อให้สิ้นชีพ พยัคฆ์จะไม่สิ้นลาย เลือดมังกรจะอยู่ชั่วนิรันดร

*******************************************************************************

ทรงวาด หรือ ลิ้มบุ่นโฮ่ว หนุ่มจีนที่อพยพมาตั้งรกรากบนแผ่นดินไทยพร้อมกับบิดาและญาติคนอื่นๆ จากนักเรียนนายร้อยตำรวจที่ถูกไล่ออกเพราะไม่ได้มีสัญชาติไทยแต่กำเนิด ชายหนุ่มผันตัวมาเป็น 'เถ้าแก่เสือ' พ่อค้าขายข้าว โดยการสนับสนุนของพี่ชายบุญธรรมที่เป็นนายทหารใหญ่เพราะไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับกิจการที่กอบโกยบนเลือดเนื้อของคนอื่นอย่างโรงน้ำชาของครอบครัว ชายหนุ่มต้องการประกอบอาชีพสุจริต แต่แล้วความจำเป็นก็บีบบังคับ...เขาจะไม่ต้องยืนบนเลือดเนื้อของคนอื่นได้จริงหรือ... 

ลี้เตียงจู หรือ ปิ่นมุก เด็กหญิงที่ทรงวาดรับมาอุปการะ เตียงจูเป็นเด็กเฉลียวฉลาด เธอเป็นดั่งความหวัง...เป็นรอยยิ้ม...เป็นเสียงหัวเราะของทรงวาด เขาหวังอย่างยิ่งที่จะให้เธอบินได้สูงดุจพญาหงส์...สิ่งที่เขาไม่สามารถเป็นได้ด้วยตนเอง ส่วนเธอ...ความรักและภักดีของเตียงจูวางไว้ที่แทบเท้าของทรงวาดคนเดียวเท่านั้น...


'ลื่อต้องใช้ชีวิตให้ดีนะอาจู ต้องสวยและสูงส่ง อย่าเปื้อนโคลน...เพราะว่าอั้วจะไม่รักลื่อที่เป็นอย่างอื่น นอกจากหงส์บนฟ้า'


ชีวิตการเป็นพ่อค้าข้าวไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ทรงวาดคาดหวังไว้ เขาต้องตกอยู่ภายใต้วังวนของบุญคุณและความแค้น...เขาไม่เคยคิดฝันอยากจะมีอำนาจ...ไม่อยากให้มือตัวเองต้องมาเปื้อนเลือด...แต่เขาต้องทำเพียงเพราะความจำเป็น...เขาต้องปกป้องคนที่เขารัก!


ซ้ำร้ายเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองกำลังตึงเครียด เขาได้รับคำสั่งให้กักตุนข้าวเพื่อขึ้นราคาสินค้า แต่เขาจะตัดสินใจเลือกอะไรระหว่าง 'ผู้มีพระคุณ' กับ 'ความถูกต้อง'...


อ่านแล้วชอบบุคลิกของพระเอกที่เป็นคนฉลาด สุขุม รอบคอบ ซื่อสัตย์ กตัญญู คิดดี ทำดี (สรุปว่าดีไปหมด อิอิ..) ถึงแม้ทรงวาดจะรู้สึกต่ำต้อยเพราะไม่ได้เป็นคนไทย แถมยังมาจากครอบครัวที่ทำนาบนหลังคน แต่มันก็เป็นแรงผลักให้เขาอยากขึ้นสู่ที่สูง...และพยายามขึ้นโดยไม่เบียดเบียนใครอีกด้วย! ส่วนนางเอก บางครั้งก็แอบรำคาญเธอไปบ้าง ด้วยความที่ถูกพระเอกเอามาเลี้ยง(ต้อย)และตามใจตั้งแต่ยังเด็ก ก็เลยรู้สึกว่าเธอเป็นเด็กแสบและเอาแต่ใจเกินไปนิดนึง ส่วนเรื่องราวความรักระหว่างพระ-นาง แม้ว่าจะไม่หวือหวามากนัก แต่ก็ทำให้คนอ่านรู้สึกได้ถึงความรัก ความผูกพันที่เกิดขึ้นแบบซึมลึกของทั้งคู่ค่ะ บางฉากอ่านแล้วก็อมยิ้มตามไป :D

ในตอนท้ายของเรื่องยังมีฉากที่เจ้าของบล็อกประทับใจคือ หลังจากแตกหักกับนายพลชาญยุทธและบิดา ทรงวาด เตียงจู รวมทั้งคนอื่นๆซึ่งเดิมเคยได้สัญชาติไทยจากการเป็นบุตรบุญธรรมก็ถูกเพิกถอน...พวกเขาต้องสูญเสียสิทธิบางอย่างในชีวิตไปเพียงเพราะไม่ได้เกิดบนแผ่นดินนี้ 

'...เราไม่ต้องมีกระดาษใบเดียวที่บอกว่าเราเป็นคนไทยก็ได้นี่ สิ่งที่บอกว่าลื่อเป็นคนไทยคือลื่อพูดภาษาไทย รักประเทศนี้ ซื่อสัตย์ต่อที่นี่ ต่อให้ลื่อไปอยู่ที่อื่น ถ้าลื่อมีหัวใจของคนที่นี่ ลื่อก็เป็นคนของที่นี่...'


'...การไม่มีสัญชาติไทยไม่ได้ทำให้ใครมีความเป็นคนน้อยลงหรอก คุณค่าความเป็นคนไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ...' 


...เห็นด้วยล้านเปอร์เซนต์ค่ะ...คุณค่าความเป็นคนไม่ได้ขึ้นกับว่าคุณเชื้อชาติอะไร สัญชาติอะไร แต่ขึ้นกับสิ่งที่คุณกระทำมากกว่า...และความดีของทรงวาดก็ทำให้ทุกคนต่างยอมรับในที่สุด...

'พวกเขายอมรับเถ้าแก่เสือเพราะว่าลื่อเป็นคนดี อั้วภูมิใจในตัวเถ้าแก่เสือ ขอบคุณ...ขอบคุณมากที่เป็นความภาคภูมิใจให้พี่น้องที่อยู่ที่นี่ ขอบคุณจริงๆ'

นอกจากปกหนังสือจะถูกออกแบบมาได้อย่างสดใสสวยงาม รวมถึงเนื้อหาที่เข้มข้นแล้ว สำนวนภาษาของคุณปราณธรที่ใช้ในเรื่องนี้ทำให้เจ้าของบล็อกคิดว่าผู้เขียนมีความตั้งใจอย่างยิ่งในการเรียงร้อยออกมาเป็นถ้อยคำ ตอนอ่านบทแรกๆรู้สึกว่าอ่านยากนิดนึง ต้องตั้งสมาธิเวลาอ่าน แต่พออ่านไปก็เริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับสำนวนแบบนี้ และก็ทำให้ประทับใจจนต้องหยิบเรื่องนี้มาอ่านถึง 2 รอบในเวลาห่างกันเพียง 1 เดือน ถ้าใครชอบอ่านนิยายแนวนี้ ขอแนะนำให้ลองหามาอ่านดูนะคะ :D

-hypomania-

No comments:

Post a Comment