Pages

Sunday, September 28, 2014

คู่เรียงเคียงขวัญ / อัญชรีย์

คู่เรียงเคียงขวัญ
ผู้แต่ง อัญชรีย์
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2557



'กตัญญู' หรือ 'หมอวิน' ขึ้นชื่อในเรื่องปากหมะ...เอ่อ ปากไม่ดี ห้าว ห่าม ดื้อรั้น และหวงความโสดเป็นที่หนึ่ง แม้จะขี้อ่อยไปทั่วแต่ไม่มีทางคิดจริงจังกับใครง่ายๆ เพื่อนๆมักบอกว่าเขาคือ 'แรดตัวพ่อ'

เมื่อวันหนึ่ง 'แรดตัวพ่อ' ถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกับผู้หญิงเนี้ยบ เคร่ง เครียด เป๊ะทุกองศา เขาจึงทั้งช็อกทั้งอึ้ง แต่ทุกอย่างบีบให้ปฏิเสธไม่ได้ เขาจึงได้แต่ดิ้นรนหาทางให้เธอเป็นฝ่ายยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้ 

แต่...นอกจากเธอจะอดทนได้แม้ว่าเขาจะทำตัวให้ถ่อย... เอ่อ แย่สุดๆแล้ว เธอยังยืนยันอีกว่าพร้อมจะใช้ชีวิตคู่แบบจริงจัง ไม่ใช่แต่งงานกันแค่ในนาม แถมยังบอกเขาอย่างมั่นใจว่าเชื่อว่าเขาจะต้องหลงรักเธออย่างแน่นอน

ฮะ! ผู้หญิงคนนี้จะประหลาด น่ากลัว ชวนหลอนไปไหน! 

ก่อนหน้านี้เขากับเธอไม่เคยพูดกันสักครั้งด้วยซ้ำ ถ้าไม่นับที่เขาเอาริมฝีปากไปประกบริมฝีปากเธอมาก่อน... ก็แค่นั้นเอง!


**************************************************************************


สวัสดีค่ะ มาถึงคิวนิยายที่เจ้าของบล็อกเพิ่งอ่านจบไปหมาดๆอย่าง คู่เรียงเคียงขวัญ ผลงานล่าสุดของคุณอัญชรีย์ ที่แฟนคลับตั้งหน้าตั้งตาคอย และแล้วก็ไม่ทำให้คนรอผิดหวังค่ะ เพราะสนุกตามสไตล์คุณอัญชรีย์อีกเหมือนเคย :D

เรื่องนี้เป็นเรื่องของ กตัญญู หรือ หมอวิน เพื่อนซี้ของหมอปั๊บ ปณิธิ (มารร้ายคู่หมายรัก) ที่มีดีกรีความกวน เกรียน กาก ปากสุนัขใกล้เคียงกันเลยค่ะ ฮ่าๆๆ เมื่อเขาถูกจับแต่งงานกับผู้หญิงสวย เริ่ด เชิด แต่ไร้อารมณ์ หมอวินจะหาทางออกยังไง...เชิญติดตามได้ในนิยายเล่มนี้เลยค่า


*****


ครองขวัญ สาวสวยเป๊ะทุกองศา ถูก จิรพัส คู่หมั้นหนุ่มหนีหน้าไปก่อนงานแต่งงานเพียงไม่กี่วัน หญิงสาวจึงตัดสินใจให้ คิรากร พี่ชายของจิรพัสรับผิดชอบโดยให้ กตัญญู น้องชายที่คิรากรอุปการะตั้งแต่เด็กเป็นเจ้าบ่าวของเธอแทน!

แท้ที่จริงแล้วเบื้องหลังยังมีมากกว่านั้น ครองขวัญประทับใจหมอวินถึงขั้นตกหลุมรักตั้งแต่ตอนที่เธอหมดสติเพราะโดนต่อต่อยแล้วแพ้จนหยุดหายใจ และได้เขามาช่วย 'เมาท์ทูเมาท์' จนเธอรอดชีวิตมาได้...มันเป็นความรักที่ฝังใจจนเธอตัดสินใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้แหละที่จะมาเป็นสามีของเธอ! ซ้ำเธอจะได้ไม่ต้องขายหน้าที่คู่หมั้นหนีไปก่อนงานแต่งอีกด้วย...

แต่ 'แรดตัวพ่อ' อย่างกตัญญูน่ะเหรอจะยอมให้คิรากรจับเอาใส่พานถวายให้ใครง่ายๆ เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบขี้หน้าผู้หญิงประหลาดอย่างเธอ...และไม่มีวันจะชอบอีกด้วย! แต่ที่ต้องยอมแต่งงานด้วยก็เพราะจะช่วยรักษาหน้าเธอและเพื่อตอบแทนบุญคุณของคิรากรเท่านั้นหรอกนะ!

เมื่อคุณหมอกิ๊กเยอะต้องมาทนใช้ชีวิตกับผู้หญิงไร้อารมณ์อย่างครองขวัญ เขาจึงต้องงัดความกากเกรียนและนิสัยปากสุนัขขึ้นมาใช้ทุกกระบวนท่าเพื่อยั่วให้หญิงสาวคนนี้ยินยอมเลิกรากับเขาโดยความสมัครใจ... 

ความร้ายกาจของชายหนุ่มทำให้ครองขวัญได้แต่ทำใจว่าชาตินี้เธอคงไม่มีทางทำให้เขารักได้แน่ๆ ไม่ว่าเธอจะแกล้งแสดงท่าทีสนิทสนมกับ อธิน เพื่อนสุดซี้จนเกินงามเพื่อพยายามทำให้เขาหึงหวง กตัญญูก็ไม่เคยสนใจ ซ้ำอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็มีปากเสียงกันเกือบทุกวัน หญิงสาวจึงตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์กับเขาเหลือเพียงแค่ 'เพื่อนร่วมบ้าน' เท่านั้น

จนกระทั่งเขาได้เรียนรู้ว่าที่จริงแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์มากคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่มีต่อแม่เลี้ยงและน้องสาวที่เป็นลูกติด หรือแม้กระทั่ง...เขา...คนที่เธอบอกว่า 'รัก' เพียงแต่ครองขวัญไม่เคยถูกอบรมเลี้ยงดูมาด้วยความรักจากผู้เป็นบิดามารดา เธอจึงไม่รู้จะแสดงสิ่งเหล่านั้นออกมาอย่างไร หญิงสาวจึงเหมือนคนเย็นชา เคร่งเครียดตลอดเวลา...นั่นจึงทำให้มุมมองของกตัญญูที่มีต่อเธอเปลี่ยนไป...แต่นั่นสายไปแล้วใช่ไหม...

เมื่อเธอถอดใจจากเขาแล้วจริงๆ เขาควรจะทำอย่างไรดีเพื่อที่จะไม่สูญเสียเธอไป...


*****

พระเอก-นางเอกของเรื่องนี้เป็นคนที่มีปมเกี่ยวกับครอบครัวมาตั้งแต่เด็กค่ะ พ่อแม่ของฝ่ายชายก็เลิกรากันไปซ้ำยังเอากตัญญูมาเป็นเครื่องมือในการทำร้ายอีกฝ่าย เขาเลยโตมาด้วยการเลี้ยงดูของผู้เป็นปู่และย่า แถมยังทำตัวประชดชีวิตเป็นเด็กเกเร กว่าจะมากลับตัวตั้งใจเรียนจนเอนท์ติดแพทย์ได้ก็ทำให้คนอื่นลุ้นกันใจหายใจคว่ำ (แต่ก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเกรียนๆไปนะคะ ฮ่าๆๆ) ทำให้กตัญญูเป็นผู้ชายที่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการแต่งงานมีครอบครัว เลยมีพฤติกรรมกิ๊กไปเรื่อยแบบนี้

ส่วนครองขวัญก็เสียแม่ไปตั้งแต่ยังเล็ก พ่อก็ยังพาภรรยาใหม่ที่ตั้งท้องเข้ามาอยู่ในบ้านอีก เธอจึงอึดอัด วางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะแสดงทีท่ายังไงกับแม่เลี้ยงและน้อง จนกระทั่งโตมาเลยกลายเป็นผู้หญิงประหลาด (อย่างที่พระเอกแอบให้คำนิยามไว้) ไม่มีอารมณ์เหมือนกับใครเขา และจากการที่ขาดความรักนี่เองที่ทำให้เธอต้องการที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่น...เพราะเธอคิดไปเองว่ามันจะช่วยเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปในชีวิต เลยต้องหาใครซักคนมาแต่งงานด้วย! โถๆๆ แม่คุณ...คิดไปได้! 

จุดที่รู้สึกว่าสมจริงมาก คือชีวิตการทำงานของพระเอก ในเรื่องกตัญญูเป็นแพทย์ประจำบ้าน (แพทย์ที่กำลังเรียนต่อเฉพาะทาง) สาขาศัลยกรรมทรวงอกค่ะ อ่านแล้วเห็นภาพเลยว่า Resident สาขานี้นี่ทำงานหนักเยี่ยงทาสขนาดไหน ฮ่าๆ แทบจะไม่มีวันหยุดกะใครเค้า เป็นงานที่น่าชื่นชมมากเลยนะคะ นับว่าผู้เขียนบรรยายเกี่ยวกับงานของพระเอกได้เหมือนจริงดีค่ะ (จนนึกว่าเธอเป็นหมอ CVT หรือมีคนรู้จักเป็นแหงๆเลย) แต่ถึงหมอวินจะงานยุ่ง ก็ยังไม่วายให้นางเอกค่อนแคะได้อีกว่าถ้าเขามีเวลาให้เธอตลอด มีหวังเธอตื่นไปทำงานไม่ไหวแน่ เอิ๊กๆๆ 

สิ่งที่เจ้าของบล็อกชอบมากในเรื่องนี้คือบทสนทนาของตัวละครค่ะ ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของนิยายคุณอัญชรีย์ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่พระเอกคุยกับเพื่อน อันนี้ฮาเกือบทุกช็อต หรือตอนพระเอกคุยกับนางเอก อ่านแล้วรู้สึกว่าต่อปากต่อคำกันได้อย่างฉลาดมาก ชอบค่ะ 

'คุณไม่เชื่อใจผม...'
'คุณทำให้ฉันสับสน...'
'ถ้าคุณฟังเสียงหัวใจผมบ้าง...'
'ฉันไม่อยากได้ยิน'
'คนไม่มีหัวใจ'
'มีสิ ฉันมี'
'งั้นผมขอได้ไหม'
'ไม่ให้'
'งั้นผมจะผ่าเอาออกมาเอง...'

บทเข้าพระเข้านางก็ยังไม่วายวกมาเรื่องผ่าหัวใจอยู่ดีนะหมอวิน ^^

โดยรวมแล้วนิยายเรื่องนี้สนุก และเต็มไปด้วยเสน่ห์​สไตล์คุณอัญชรีย์สมกับที่รอคอย ชอบค่า :D

-hypomania-

Wednesday, September 24, 2014

ฤทธาธิษฐาน / ศิรพิชญ์ (Shayna)

ฤทธาธิษฐาน
ผู้แต่ง ศิรพิชญ์ (Shayna)
สำนักพิมพ์ มายดรีม
พิมพ์ครั้งแรก สิงหาคม 2557




กว่าจะรู้ว่าพลาดพลั้ง เวลาก็ล่วงผ่าน
กว่าจะรู้ว่าสายไป ก็ไม่มีสิทธิ์ได้แก้ตัว

เมื่อเธอสูญเสียบุคคลที่รักยิ่งอย่างผู้เป็นพ่อ และสูญสิ้นศรัทธาในตัวคู่หมั้นและเพื่อนสนิท เนตรชนก ก็จมดิ่งอยู่ในความทุกข์ระทม เธอจึงเลือกขอสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้จากองค์ท้าวมหาพรหม

...และสิ่งที่เธอได้รับก็คือ เวลาที่ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นสามเดือนเพื่อจะดูแลพ่อให้เต็มที่ ขณะที่เธอต้องค้นหาคำตอบให้หัวใจ ว่าใครกันแน่คือคนที่ใช่สำหรับเธอ

ระหว่างคู่หมั้นหนุ่มไฮโซที่กำลังจะแต่งงานกัน หรืออายุรแพทย์หนุ่มคนรักเก่าสมัยเรียน

**************************************************************************


สวัสดีค่ะ คราวนี้เป็นรีวิวนิยายในโปรเจกต์ Magic Box Magic Love ของสำนักพิมพ์มายดรีม ซึ่งเจ้าของบล็อกเพิ่งมีโอกาสได้อ่านไปเรื่องเดียว คือเรื่องที่หยิบมารีวิววันนี้แหละค่ะ คิดว่าใครที่เป็นแฟนผลงานของคุณ Shayna หรือคนเคยที่ติดใจ หมอบาส คงไม่พลาดที่จะหามาอ่านกันแน่ๆ

คนที่เคยอ่าน 60 วันฉันจะ(ไม่)รักเธอ คงจะทราบกันอยู่แล้วว่า หมอบาส นายแพทย์หนุ่มหล่อพ่อรวยนั้นได้ลงเอยกับ น้องลูกตาล หนึ่งในผู้เข้าร่วมแข่งขัน Reality show ชื่อดังอย่าง 60 วันผมจะรักคุณ แต่เอ๊ะ...ทำไมหมอบาสถึงได้กลายมาเป็นตัวเอกของนิยายเรื่องนี้ได้ล่ะ เอาน้องลูกตาลคนสวยไปไว้ไหน ใครทีี่สงสัยอยู่ แอบเฉลยตรงนี้ไว้เลยค่ะว่าด้วยความที่หนูลูกตาลนั้นสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เธอเลยจากโลกนี้ไปหลังจากแต่งงานได้ไม่นาน ทิ้งให้หมอบาสของเราเป็นพ่อม่ายโพรไฟล์เลิศ แต่เขาจะรับใครเข้ามาในหัวใจได้อีกหรือไม่ อันนี้ก็ต้องติดตามกันใน ฤทธาธิษฐาน เลยค่า...


*****


เมื่อบิดาผู้เป็นที่รักมาจากไปอย่างกะทันหันโดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ดูใจ เพราะมัวแต่ยุ่งกับงานและคนรัก ซ้ำร้ายหลังบิดาเสียชีวิตได้ไม่นาน เนตรชนก หรือ จิ๊บ ยังบังเอิญจับได้ว่าเธอถูกสวมเขาโดย รวินท์ หนุ่มไฮโซเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง คู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกันในเดือนหน้า กับ ปาลิน ผู้เป็นเพื่อนสนิทซึ่งทำหน้าที่เป็น Wedding planner ให้กับงานแต่งงานของเธอ!

เหตุการณ์แย่ๆที่เกิดขึ้นทำให้เนตรชนกตัดสินใจไปขอพรจากท้าวมหาพรหมอันศักดิ์สิทธิ์ให้เธอมีโอกาสได้แก้ตัว เพื่อที่จะได้ดูแลบิดาในวาระสุดท้ายของท่าน...

และแล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริง คำอธิษฐานของเธอเป็นผล...เนตรชนกตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเธอได้ย้อนกลับไปในอดีต...90 วันก่อนหน้าที่เธออธิษฐานขอพรจากองค์ท้าวมหาพรหม!

หญิงสาวจึงตัดสินใจลาออกจากงานแบบปุบปับเพื่อกลับไปดูแลพ่อที่เชียงราย และแล้วพรหมลิขิตก็เริ่มเล่นตลกกับเธอ โดยเนตรชนกได้พบกับ บัญญวัต หรือ หมอบาส อดีตคนรักเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยบนไฟลท์ที่บินกลับบ้านนั่นเอง...

ความบังเอิญไม่ได้มีเพียงแค่นั้น หญิงสาวพบว่าบัญญวัตเป็นสามีของ จีรนันท์ สาวน้อยผู้อ่อนหวาน เพื่อนบ้านที่เธอเห็นมาแต่อ้อนแต่ออก โชคร้ายที่จีรนันท์นั้นสิ้นบุญไปก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือน เธอกับบัญญวัตต้องแสดงบทเป็นคนไม่เคยรู้จักกัน เพื่อความสบายใจของพ่อตาแม่ยายของเขา...รวมทั้งสายตาจ้องจับผิดของ อารยา พี่สะใภ้ของเธอ ที่คอยจะจับคู่คุณหมอสุดหล่อให้กับ แพทย์หญิงนลินี เพื่อนรัก

บัญญวัตบอกกับหญิงสาวตรงๆว่าไม่ต้องการที่จะแต่งงานใหม่กับใคร เขาจะรักและซื่อสัตย์ต่อจีรนันท์ตลอดไป และขอให้เธอสบายใจได้ว่าเขายังปรารถนาดีต่อเธอในฐานะเพื่อนเก่า...แม้ว่าในอดีตเขาเคยเจ็บช้ำเพราะถูกเนตรชนกบอกเลิก เนื่องจากบัญญวัตยุ่งกับการเรียนแพทย์จนไม่มีเวลาให้เธอ...

เนตรชนกรู้สึกว่าตนเองยังคงรักคู่หมั้นอยู่ และพร้อมที่จะป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์ระหว่างรวินท์กับปาลินเกิดขึ้น หากเธอและเขาได้มีโอกาสใช้ช่วงเวลาดีๆร่วมกันที่เชียงราย หญิงสาวจึงตัดสินใจอนุญาตให้รวินท์มาเยี่ยมเธอที่บ้านเกิด โดยมีปาลินติดตามมาด้วยเพื่อที่จะได้เลือกของชำร่วยจากเชียงรายสำหรับใช้ในงานแต่งงาน

หญิงสาวไม่ได้นึกมาก่อนเลยว่าสิ่งที่เธอทำลงไปเป็นการเปิดโอกาสให้รวินท์และปาลินใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยที่ทั้งสองก็ไม่ได้มีเจตนาจะทรยศเธอเลย...ซ้ำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังเล่นตลกกับหัวใจของเธอและบัญญวัตเสียอีก! อย่างนี้พวกเขาทั้ง 4 คนจะหาทางออกอย่างไร...ในเมื่อพรหมลิขิตบันดาลให้คู่กันแล้ว...ย่อมไม่แคล้วกัน!


*****

อ่านเรื่องย่อคร่าวๆไปแล้ว คงจะเดากันได้ใช่มั้ยคะว่าจะจบแบบไหน สำหรับเรื่องนี้เจ้าของบล็อกอ่านแบบสบายๆ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องเครียดมาก อ่านแล้วเกิดอารมณ์แบบ...แอร๊ย...อยากมีรักรีเทิร์นกะเค้าบ้าง!! >//<

เรื่องของเรื่องก็คือคนที่มีเจ้าของแล้วดันเผลอใจให้ใครคนอื่น แต่ก็เหมือนน้ำท่วมปาก บอกใครไม่ได้ เพราะรู้สึกผิดต่อคู่หมั้นของตัวเอง เลยไม่รู้จะหาทางออกให้กับหัวใจตัวเองยังไงดี ยิ่งใกล้วันแต่งงานก็ยิ่งคิดไม่ตก กินไม่ได้นอนไม่หลับ จนจะเหมือนซอมบี้เข้าไปทุกที...อีกคนนึงก็รักเพื่อนมาก เลยยอมเป็นฝ่ายเจ็บซะเอง เพื่อให้เพื่อนรักกับคู่หมั้นมีความสุข (เฮ้อ...) ส่วนอีกคนก็ถลำตัวตกหลุมรักคนมีเจ้าของ ทั้งที่ตัวเองตั้งใจไว้ว่าจะไม่รักใครคนอื่นนอกจากภรรยาเก่า...เรื่องมันก็เลยอีรุงตุงนังตรงนี้แหละค่ะ ดราม่ากันไป กว่าจะลงเอยได้ หุหุ...

ส่วนหนูลูกตาล ถึงแม้ตัวเธอจะจากไปแต่ก็ยังโผล่มาแพลมๆในความฝันของพี่บาสกับน้องจิ๊บเป็นระยะๆนะคะ (แอบหลอนเล็กน้อย ฮ่าๆๆ) จะว่าไปเธอก็น่ารักมากตรงที่อยากให้คนที่เธอรักมีความสุข อยากให้เขามีคนคอยดูแลแทนเธอ (ใจน้องสวยมากค่ะ ขอชื่นชม...)

สำหรับสำนวนภาษาก็อ่านได้ไม่มีติดขัดสมกับที่เป็นฝีมือคุณ Shayna ค่ะ ส่วนพล็อตเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรแปลกแหวกแนว อย่างที่เล่าไปแล้วข้างบนนะคะ 

ถ้าจะถามว่าชอบเรื่องนี้มั้ย ขอตอบตรงๆว่าไม่ได้ถึงขั้นประทับใจอะไรมากค่ะ เพราะมีเรื่องอื่นๆของผู้เขียนที่เจ้าของบล็อกปลื้มกว่านี้ อยากอ่านดราม่าหนักๆของคุณ Shayna อีก ถูกจริตกับแนวนั้นมากกว่าค่า :D

-hypomania-

Monday, September 15, 2014

ดั่งฝันวันวาน / นณกร

ดั่งฝันวันวาน
ผู้แต่ง นณกร
สำนักพิมพ์ คำต่อคำ
พิมพ์ครั้งแรก สิงหาคม 2557



ใครบางคนบนฟ้ากลั่นแกล้งให้เธอหลงลืมความจริงที่แสนสำคัญของหัวใจ ก่อนจะเล่นตลก ดลบันดาลให้ห้วงเวลาเหล่านั้นย้อนกลับมาทักทายในภาพความฝันแสนอ่อนหวาน ค่อยๆแย้มพรายให้เธอประจักษ์ว่า แท้จริงแล้วหัวใจที่ปิดตายไม่ให้ชายใดมาเชยชิด กำลังเฝ้ารอใครคนหนึ่ง

เขา...คนที่เคยสัญญาจะเป็นทุกอย่างในชีวิต
เขา...ที่เป็นเพื่อนคู่คิด ดูแลใส่ใจไม่ห่าง
เขา...เจ้าของดอกไม้แห่งความทรงจำอันงดงามที่เธอแอบซ่อนไว้

'ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอสวดภาวนาทุกค่ำเช้า ให้เราจำกันและกันได้... ขอให้มีวาสนาทำให้ความงมงายในหัวใจเป็นจริงขึ้นมาสักครั้ง'


************************************************************************


สวัสดีค่ะ และแล้วก็ถึงคิวนิยายอีกเล่มจากค่ายคำต่อคำ (อีกแล้ว) อาจจะมีคนสงสัยว่าทำไมเจ้าของบล็อกถึงรีวิวนิยายของสนพ.นี้บ่อยจัง เหตุผลก็มีไม่กี่อย่างค่ะ อย่างแรกเพราะว่าถูกหน้าปกสวยๆสะกดจิตให้ควักตังค์ออกจากกระเป๋าอยู่เรื่อย ฮ่าๆ

อย่างที่ 2 คือ หลังจากอ่านมาหลายเรื่อง พบว่านิยายของสนพ.นี้ไว้ใจได้ค่ะ ถูกจริตซะเป็นส่วนใหญ่

ส่วนเหตุผลสุดท้าย อันนี้สำคัญมาก เป็นเพราะว่าเจ้าของบล็อกชอบซื้อเป็น e-book แล้วคำต่อคำเค้าออกอีบุ๊คได้รวดเร็วทันใจ ไม่เหมือนบางสำนักพิมพ์ ปล่อยให้อิฉันรอแล้วรออีก เลยพาลไม่ซื้อซะงั้น ฮ่าๆๆ คือถ้าไม่อยากอ่านจริงๆก็ยังไม่ซื้อแบบที่เป็นเล่มค่ะ เพราะที่บ้านเพิ่งกำจัดปลวกครั้งยิ่งใหญ่ไป เดี๋ยวจะโดนบ่นเอาว่าซื้ออาหารปลวกเข้าบ้านอีกแล้ว เหอๆ

อยากจะบอกว่าสะดุดตากับหน้าปกของนิยายเรื่องนี้มาตั้งแต่เห็นในแฟนเพจคำต่อคำแล้ว สวยเนอะ! ดูหวานๆ น่าซื้อมากค่ะ แถมอ่านคำโปรยแล้วรู้สึกว่าต้องเป็นเรื่องรักกุ๊กกิ๊กของหญิงความจำเสื่อมคนนึงแน่ๆเลย แถมหล่อนยังน่าอิจฉา เพราะมีหนุ่มหล่อมาให้เลือกตั้ง 3 คน! แต่ความรู้สึกหลังจากอ่านไปได้ครึ่งเรื่องคือ อยากจะตัดพ้อทีมงานคำต่อคำว่า 'คุณ-หลอก-ดาว!!' ฮือๆๆ 

ที่โวยวายไม่ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่สนุกนะคะ เจ้าของบล็อกชอบพล็อตของเรื่องนี้มาก แต่ว่าผิดคาดตรงที่ไมใช่นิยายรักหวานแหวววอย่างที่คิดไว้ตอนแรกค่ะ ที่จริงแล้วเป็นดราม่าที่ทำให้เจ้าของบล็อกต้องนอนห่มผ้าเคล้าน้ำตา ตื่นไปทำงานแบบตาบวมกันเลยทีเดียว


*****


หญิงสาวคนหนึ่งตื่นขึ้นมาในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาล เธอจำอะไรไม่ได้เลย...และมารู้ในเวลาต่อมาจาก ชม้อย ผู้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นคนสนิท ว่าเธอคือ นลิน หรือ เล็ก บุตรสาวคนสุดท้องของ นายแพทย์พร้อม เจ้าของโรงพยาบาลที่พักรักษาตัวอยู่ และเธอประสบอุบัติเหตุสมองกระทบกระเทือน ความทรงจำจึงสูญหายไป

นลินพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเท่าไรก็นึกไม่ออก ต้องให้ชม้อยคอยเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้ฟัง หลังจากเธอกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน หญิงสาวก็ได้พบกับ พู่กลิ่น พี่สาวแท้ๆ ที่ทำให้เธอนึกแปลกใจกับท่าที 'รักใคร่ แต่ไม่กลมเกลียว' ของผู้เป็นพี่สาว แต่เพราะเหตุใดกันเล่า...

ในเวลาไม่นานนลินก็ได้คำตอบ เพราะได้พบกับ ธนา ชายหนุ่มที่แสดงทีท่าสนิทสนมจนเกินงาม และชม้อยเองก็บอกว่าเขาเป็นพี่ชายที่สนิทสนมกับเธอมาตั้งแต่เด็ก ซ้ำยังเป็นอดีตคนรักของเธอ แต่ว่าเขาเป็นคู่หมายที่ผู้ใหญ่ต้องการให้แต่งงานกับพู่กลิ่นนี่สิ...ด้วยเหตุนี้ใช่ไหมที่เป็นต้นเหตุของอาการห่างเหินของผู้เป็นพี่

หญิงสาวพยายามปฏิเสธความรักที่ 'พี่ธนา' ของเธอมอบให้ เพราะต้องการให้พู่กลิ่นสมหวัง แต่ยิ่งเธอผลักไสเขาออกไปเท่าใด หัวใจของเธอก็ยิ่งเจ็บปวดเท่านั้น...นี่เธอรักเขาใช่ไหม...

และแล้วเธอก็ได้พบกับผู้ชายอีกคน...ภูดล นายแพทย์หนุ่มที่เป็นลูกชายเพื่อนรักของพ่อ เขาคนนี้นี่เองที่เป็นคนช่วยเธอจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ชายหนุ่มแสดงความรู้สึกที่มีต่อเธออย่างไม่ปิดบัง ซ้ำบิดายังมีทีท่าสนับสนุนให้เธอได้ลงเอยกับเขาอีก...เธอควรจะเปิดใจรับเขาเข้ามาหรือไม่ เพื่อที่จะได้ลืมธนาให้หมดสิ้นไปจากใจเสียที

เนื่องจากความทรงจำของเธอยังไม่กลับคืนมา ผู้เป็นพ่อจึงได้มอบหมายให้ โต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองมาดูแลเธอ...คนที่เธอคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยสนิทสนมดุจเป็นพี่ชายอีกคน แต่ทำไมเขาจึงแสดงท่าทางเย็นชา ไม่อยากให้เธอใกล้ชิดด้วยเล่า... 

โตกับภูดลพักอยู่ที่บ้านพักหลังเดียวกัน นลินจึงไปมาหาสู่กับทั้งสองอยู่เสมอ เพราะหญิงสาวต้องการหลบหน้าธนาที่พยายามกลับเข้ามาในชีวิตของเธอ แต่ชม้อยก็ไม่เห็นด้วยกับการที่เธอไปหาชายหนุ่มถึงบ้านพัก ด้วยเกรงคนจะครหาไปในทางที่ไม่ดี

ความทรงจำของนลินกลับคืนมาเพียงแค่บางส่วน แต่เรื่องบางเรื่อง เธอพยายามคิดถึงมันเท่าไหร่ก็ยิ่งนึกไม่ออก...เธอลืมใครคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นคนสำคัญในหัวใจและเป็นเจ้าของการเวกที่หวานล้ำดอกนั้นไปได้อย่างไร...

เธอจะเลือกใคร...ระหว่าง ธนา พี่ชายแสนดีที่คอยดูแลเธอมาตลอด... 

'ความรักของเล็กนิยายว่าอย่างไรพี่ไม่รู้ แต่นิยามความรักของพี่คือยายตัวเล็กของพี่คนนี้คนเดียว ไม่ต้องรักตอบก็ได้ พี่ไม่คาดหวัง แค่รับความรักความหวังดีของพี่ชายคนนี้ไว้ก็พอ'

หรือ โต พี่ชายที่พยายามทำตัวห่างเหิน ทั้งที่ในใจรู้สึกตรงกันข้ามกับการกระทำ...

'หัวใจพี่เคยอยู่ตรงไหนอย่างไรก็อย่างนั้น'

หรือ ภูดล ผู้ชายร่าเริง ช่างเอาใจ ที่พ่อของเธอต้องการให้แต่งงานด้วย...

'สำหรับผม การแต่งงานไม่มีความหมายอะไรไปมากกว่าการทำให้สังคมรับรู้ เป็นการให้เกียรติผู้หญิงที่ผมรัก ต่อให้ไม่ได้แต่งงานกัน แค่ผมรัก ผมจะดูแลผู้หญิงที่รักด้วยชีวิตและหัวใจ'

หลังจากที่ถูกครหานินทาว่าไปค้างอ้างแรมถึงบ้านผู้ชาย บิดาจึงบังคับให้หญิงสาวแต่งงานกับนายแพทย์หนุ่ม...เธอและเขาจะมีความสุขจริงหรือ ในเมื่อนลินรู้แล้วว่าใครกันแน่ที่อยู่ในหัวใจตลอดมา แต่เธอกลับถูกคนๆนั้นผลักไสให้ผู้ชายคนอื่น เพราะเหตุใดกันเขาจึงพยายามทำร้ายจิตใจของเธอ...

และความรักของเธอกับ 'เขา' จะมีวันได้สุขสมหวังอย่างที่เฝ้ารอหรือ...

'ถ้าชาติหน้ามีจริง พี่ขอสวดภาวนาทุกค่ำเช้าให้เราจำกันและกันได้ ให้พรหมลิขิตไม่ใจร้ายต่อเราเหมือนชาตินี้ ขอให้พี่มีวาสนาทำให้ความงมงายในหัวใจของพี่เป็นจริงขึ้นมาสักครั้ง'

แต่ก็ยังมีใครบางคนที่หวังให้เธอและเขาได้ครองคู่กันดั่งที่วาดฝันไว้...

'ต่อให้พรหมลิขิตใจร้ายไม่ยอมให้ลูกกับผู้หญิงของลูกได้พบกัน ตายไป พ่อนี่ละ จะคุกเข่าอ้อนวอนพระพรหม จนกว่าท่านจะรำคาญ แล้วยอมพ่อ'

ใครคนนั้นมั่นใจอย่างยิ่งว่า...ต้องมีสักวันหนึ่ง ที่พวกเขาทั้งสองจะได้กลับมารักกัน...อีกครั้ง... 


*****

ขอสารภาพว่าเขียนรีวิวเรื่องนี้ค้างไว้เป็นเดือนแล้ว เขียนๆหยุดๆไปเรื่อย จนเอาเรื่องอื่นแซงลงบล็อกไปซะก่อน เพราะประสบความยากลำบากในการรีวิวจริงๆค่ะ ไม่รู้จะเขียนยังไงให้ออกมาไม่เฉลยปมสำคัญของเรื่อง ยากจัง... 

อย่างที่บอกไปค่ะว่าเรื่องนี้เล่นเอาเจ้าของบล็อกหมดทิชชู่ไปเป็นห่อๆ แต่ก็ประทับใจพล็อตเรื่องของคุณนณกรนะคะ เก๋ดี เหมือนพล็อตซ้อนพล็อต อ่านไปช่วงแรกก็ต้องพยายามทายให้ได้ว่าใครเป็นพระเอกตัวจริง พอเริ่มจับทางได้ว่าคนนี้นี่แหละพระเอกของหนูเล็ก ก็ต้องมาลุ้นกันอีกว่าทั้ง 2 คนจะสมหวังในความรักไหม 

พออ่านไปเรื่อยๆ ก็มีประเด็นให้ขบคิดอีกค่ะ เพราะว่าเราได้รู้จักตัวละครที่ชื่อ ลีลาปัทม์ กับคุณย่าของเธอจากบทนำ แต่อ่านมาจนจะจบเรื่องทำไมไม่พูดถึงสาวเจ้าอีกเลยล่ะ แล้วเธอกับคุณย่าเกี่ยวข้องอะไรกับนลิน พี่ธนา คุณภู และพี่โต...บอกเลยว่าเธอจะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในบทท้ายๆ และจะเป็นการเฉลยปมของเรื่องราวทั้งหมดค่ะ ซับซ้อนซ่อนเงื่อนดีแท้ ชอบค่ะ...ชอบ... :D

จะว่าไปหนูเล็ก นางเอกของเรานี่ก็เป็นผู้หญิงแนวก๋ากั่นนิดๆ เมื่อเทียบกับยุคสมัยของเธอเหมือนกันนะคะ เล่นเอาเจ้าของบล็อกหมั่นไส้นิดๆ แถมเธอยังมีคุณหมอหนุ่มหล่อมาคอยกระตุกหัวใจตั้ง 3 คน! ...ในชีวิตจริงอิชั้นจะหาได้จากไหนล่ะเนี่ย น่าอิจฉาจริง ฮ่าๆๆ 

ส่วนตัวละครที่เจ้าของบล็อกแอบเทใจให้ ก็คือสามีของนลินนี่แหละ แบบว่า...ใจคุณหล่อมากค่ะ! แสนจะรักและปรารถนาดีต่อนางเอกของเราจริงๆ จวบจนนาทีสุดท้ายของชีวิต...

พูดถึงตัวละครที่ชอบไปแล้วก็ต้องพูดถึงตัวร้ายกันบ้าง เป็นบุคคลที่ร้ายกาจมากเลยนะ คนๆนี้นี่เองที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างของเรื่อง ตั้งแต่ทำให้นางเอกความจำเสื่อม ไปจนถึงเหตุการณ์ตอนท้ายเรื่อง...แต่จะว่าไปใครคนนั้นก็มีมูลเหตุจูงใจอยู่หลายอย่าง จนมาระเบิดในที่สุด

เชื่อว่าหลายคนที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้แล้วคงประสบอาการเดียวกับเจ้าของบล็อก ไม่ว่าจะหวาน ซึ้ง เศร้า...อารมณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่พบได้จาก ดั่งฝันวันวาน ใครที่นิยมดราม่าเรียกน้ำตา ขอเชิญหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านดูนะคะ :D

-hypomania-

Wednesday, September 10, 2014

ทัณฑ์จันทรา / นภาสรร

ทัณฑ์จันทรา
ผู้แต่ง นภาสรร
สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ
พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2557


เมื่อบุพการีกระทำความผิดที่ไม่อาจให้อภัย หน้าที่ชดใช้จึงตกอยู่กับเธอ

มาธวี นักโบราณคดีสาว ถูก 'เทวรูปเสี้ยวจันทรา' ตามหลอกหลอนในฝัน ทั้งยังรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดและเสียงปืนได้ชัดเจนราวกับเกิดขึ้นจริง 

หญิงสาวเฝ้าสงสัยเหตุการณ์ในฝันมาตลอด กระทั่งวันหนึ่ง สองผู้เฒ่าเผ่าปะหล่องก็มาพบเธอที่ที่ทำงาน เธอจึงได้รู้ว่า บุพการีผู้ล่วงลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เทวรูปประจำเผ่าหายไป ชายชราขอให้เธอออกตามเทวรูปนี้ให้เจอก่อนพิธีบูชาผีเจ้าที่ หากภารกิจนี้ล้มเหลว เธอจะต้องถูกบูชายัญเพื่อชดใช้ความผิดของบิดามารดาแทน!

เมื่อต้องเผชิญอันตรายรอบด้าน ทั้งยังมีปัญหาหัวใจที่แก้ไม่ตก เพราะต้องเลือกระหว่างชายหนุ่มผู้แสนดีกับชายหนุ่มผู้ร่วมเสี่ยงภัย มาธวีไม่อาจคาดการณ์ได้เลยว่า...บทสรุปของภารกิจนี้จะจบลงเช่นไร คำสาปที่ฉุดรั้งวิญญาณบุพการีไว้จะสูญสลาย ฤาเธอต้องกลายเป็นผู้ถูกสังเวย...เพื่อชดใช้หนี้กรรมทั้งหมดเอง

**************************************************************************

สวัสดีค่ะ สำหรับรีวิวนี้เป็นเรื่อง ทัณฑ์จันทรา นิยายแนวลึกลับ-สืบสวนของคุณนภาสรร จะว่าไปช่วงนี้เจ้าของบล็อกไม่ค่อยได้อ่านนิยายแนวนี้เท่าไหร่ (หมู่นี้เสพแต่แนวหวานๆ ฮุฮุ...) พอมีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้เลยรู้สึกลุ้นระทึกกว่าหลายเล่มที่อ่านในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเลยค่ะ :D


*****


ตั้งแต่ยังเด็ก ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง มาธวี จะต้องฝันร้าย...ในฝันนั้น เธอได้ยินเสียงปืนและได้กลิ่นคาวเลือด...มันเป็นความฝันที่เหมือนจริงมาก และเธอก็ไม่เคยรู้เลยว่าทำไมเธอถึงฝันแบบนี้ซ้ำๆมาตลอดชีวิต

มาธวีกำพร้าบิดามารดาตั้งแต่อายุได้เพียงแค่ไม่กี่วัน เธอเติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูจาก มณีรัตน์ พี่สาวของพ่อ โดยมี ดร.เรืองฤทธิ์ อดีตเจ้านายของพ่อเป็นคนส่งเสียค่าใช้จ่าย หญิงสาวได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของบุพการีผ่านการบอกเล่าของคนทั้งสอง...มนัส พ่อของเธอเป็นนักโบราณคดีที่ได้พบรักกับ แสงคำ หญิงสาวชาวเผ่าปะหล่องขณะที่เขาขึ้นไปทำงานกับดร.เรืองฤทธิ์ในพื้นที่ของเผ่านั้น ทั้งสองกระทำ 'ผิดผี' จนแม่ตั้งท้องเธอขึ้นมา นั่นทำให้ผู้ใหญ่ในเผ่าโกรธมาก และแยกพ่อกับแม่ของเธอออกจากกัน...เพราะตามคำทำนายของเผ่า หากแสงคำทำผิดจารีตประเพณีกับชายผู้มาจากแดนไกล จะทำให้ 'เทวรูปเสี้ยวจันทรา' สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าหายสาปสูญไป และจะนำมาซึ่งหายนะของเผ่าปะหล่อง...

แสงคำเสียชีวิตหลังจากคลอดเธอออกมา ส่วนพ่อก็ป่วยด้วยโรคไข้ป่า และอำลาโลกภายหลังจากนั้นไม่นาน ดร.เรืองฤทธิ์จึงพาเธอกลับมากรุงเทพฯเพื่อให้ผู้เป็นป้าเลี้ยงดู เธอนับถือดร.เรืองฤทธิ์เสมือนพ่อคนหนึ่ง และเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเลือกเรียนโบราณคดีเหมือนคนที่รักและนับถือคนนี้

หญิงสาวเรียนจบ และได้ทำงานที่สำนักโบราณคดี โดยมี วัชรพล บุตรชายคนเดียวของดร.เรืองฤทธิ์เป็นหัวหน้าของเธอ แต่กลับต้องอึดอัดกับการกระทำของวัชรพล ที่แสดงออกว่ารักเธอ ในขณะที่มาธวีคิดกับเขาเพียงแค่พี่ชายมาตลอดตั้งแต่เด็ก การแสดงออกของวัชรพลทำให้ พนิดา เพื่อนร่วมงานของเธอที่แอบชอบชายหนุ่มอยู่ไม่พอใจ และพยายามแย่งทุนจากรัฐบาลพม่าที่มาธวีเสนอขอเพื่อค้นหาเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปะหล่อง... 

มาธวีพ่ายแพ้ให้กับพนิดาในการขอทุนครั้งนั้น แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับมีสองผู้เฒ่าจากเผ่าปะหล่องมาขอพบเธอถึงสำนักโบราณคดี และเสนอทุนให้เธอสืบหาเทวรูปเสี้ยวจันทรากลับมาให้ได้...โดยมีชีวิตของเธอเป็นเดิมพัน! หมอผีประจำเผ่าทำให้หญิงสาวเกิดนิมิตเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่พ่อของเธอเป็นคนขโมยเทวรูปออกมาจากศาล แต่กลับถูกยิงเสียชีวิตโดยชายชุดดำคลุมหน้าที่หน้าศาลนั้นเอง ...มันช่างเหมือนกับฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเธอมาตลอดชีวิตไม่มีผิด! 

สองผู้เฒ่าให้เวลาหญิงสาวในการตามหาเทวรูปที่หายไปและนำกลับคืนเผ่าปะหล่องภายใน 3 เดือน...หาไม่แล้วเธอจะถูกบูชายัญเพื่อให้วิญญาณของเธอกลายเป็นผีเจ้าที่แทนวิญญาณของบรรพบุรุษ! 

เมื่อความจริงปรากฏว่าพ่อของเธอไม่ได้เสียชีวิตด้วยไข้ป่า แต่เพราะถูกใครบางคนสังหารหลังจากที่เอาเทวรูปออกมาจากศาล...คนชุดดำคนนั้นเป็นใคร...และเทวรูปหายไปอยู่ที่ไหน...นั่นเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องไขปริศนา

วัชรพลเป็นห่วงมาธวีจึงให้ ภากร เพื่อนสนิทของเขาที่เป็นตำรวจสายสืบฝีมือดีมาเป็นหัวหน้าเธอในปฏิบัติการตามหาเทวรูปครั้งนี้...

ภากร...ชายหนุ่มที่เรียนจบโบราณคดีแต่กลับกลายมาเป็นตำรวจเพราะใจรัก...ทุกคืนวันเพ็ญ เมื่อชายหนุ่มมองดวงจันทร์ เขาจะเห็นใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งซ้อนทับอยู่บนนั้น...หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยซึ้ง ตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขา...และเขาก็ตกหลุมรักหญิงสาวคนนั้นมาตลอด แม้ว่าจะไม่เคยได้พบค่าหน้าค่าตาของเธอ ไม่รู้จักชื่อของเธอ แต่เขากลับรับรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง และอีกไม่ช้า เขาจะได้พบกับเธอ...'เดือนคำ'

การพบกันครั้งแรกระหว่างมาธวีกับภากรเป็นอะไรที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย เพราะเขาขับรถเกือบเฉี่ยวเธอ ซ้ำเธอยังเฟอะฟะตกท่อจนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปซะหมด ตามด้วยการที่มาธวีเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นมิจฉาชีพ ทั้งสองทุ่มเถียงกัน เธอเลยโดนเขาจับใส่กุญแจมือแล้วโยนเข้ารถอีกตะหาก! ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่พบกันครั้งแรกอย่างนี้...ภารกิจลับจะรอดมั้ยล่ะเนี่ย...

มาธวีได้รับการฝึกทักษะเป็นสายลับ โดยมี มัณฑนา ตำรวจสาว เพื่อนร่วมงานของภากรเข้ามาร่วมทีมด้วย ท่าทีแปลกๆระหว่างภากรกับมัณฑนาทำให้หญิงสาวรับรู้ได้ว่าทั้งสองไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนร่วมงานกันแน่ๆ...และในที่สุดเธอก็ได้รู้ว่าทั้งคู่เคยเป็นคนรัก ก่อนที่ภากรจะขอเลิกราเนื่องจากทัศนคติไม่ตรงกัน...ภากรไม่เคยต้องการแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน ตั้งใจว่าจะไม่รักใคร เพราะเขาเห็นว่าอาชีพของตนเองต้องเสี่ยง...นั่นทำให้มาธวีต้องเก็บความรู้สึกของตนเองไว้ เพราะเธอเริ่มตกหลุมรักเขาเข้าเสียแล้ว...

ทีมสายสืบได้ลิสต์รายชื่อผู้ต้องสงสัยว่าจะมีเทวรูปเสี้ยวจันทราอยู่ในครอบครองมา ซึ่งทั้ง 3 รายล้วนแล้วแต่เป็นมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลทั้งสิ้น และต่างก็ชอบสะสมวัตถุโบราณ แน่นอนว่าพวกเขาและเธอไม่สามารถเดินดุ่มๆเข้าไปสืบค้นในบ้านของคนเหล่านี้ได้แน่...ดังนั้นภารกิจปลอมตัวภายใต้คราบของ มาริสา นักค้าวัตถุโบราณของมาธวีจึงเริ่มต้นขึ้น...

ท่ามกลางอันตรายมากมาย หัวใจทั้งสองดวงก็ยิ่งร้อยรัดเข้าด้วยกัน ไม่ว่าภากรเพียรพยายามที่จะปฏิเสธความจริงในใจตนเองเท่าใด...สุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องยอมรับว่า เขารักเธอมาตลอด...ไม่ว่าเธอจะเป็น มาธวี หรือ เดือนคำ...นางในฝันคนนั้น แต่ความรักของเขากับเธอจะสมหวังหรือไม่ ในเมื่อมีภยันตรายอยู่รอบด้าน ซ้ำคนที่ไว้ใจก็มาหักหลัง...และหากพวกเขาหาเทวรูปเสี้ยวจันทราไม่พบ...นั่นหมายถึงชีวิตของเธอ!


*****

ส่วนตัวแล้วคิดว่า ทัณฑ์จันทรา สนุกดีค่ะ ได้ทั้งอารมณ์ลึกลับ มีเรื่องราวข้ามภพข้ามชาติ มีผี มีวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง ผสมกับอารมณ์ของนิยายแนวสืบสวน ขอบอกว่าตอนเจ้าของบล็อกอ่านช่วงแรกยังคิดว่านิยายเรื่องนี้น่ากลัวนิดๆ แต่พอมาช่วงกลางเรื่องนี่ดูเหมือนคุณนภาสรรจะเน้นรายละเอียดการเป็นสายลับซะมาก และเจ้าของบล็อกจะปลื้มมากกว่านี้ถ้าผู้เขียนจะเติมความหวานอีกสักนิด และเพิ่มความลี้ลับเข้าไปอีกหน่อย...แบบว่าผิดคาดไปนึดนึงค่ะ ไม่นึกว่าจะหนักไปทางแนวสืบสวน ฮ่าๆๆ 

ส่วนบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด เจ้าของบล็อกแอบเดาถูกตั้งแต่ตอนต้นเรื่องแล้วค่ะ (ปกติก็ไม่ได้ฉลาดเท่าไหร่นะคะ เวลาอ่านนิยายสืบสวน แต่เรื่องนี้ดันทายถูกแฮะ เหอๆ) แต่ก็นับว่าคุณนภาสรรวางพล็อตตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องได้น่าสนใจดีค่ะ 

จุดที่อ่านแล้วรู้สึกตงิดๆเล็กน้อยก็มีอยู่ตรงการตายของสุรัตน์ค่ะ ทำไมอยู่ดีๆถึงตายได้เนี่ย เล่นเอาเจ้าของบล็อกงง แล้วก็ไม่เห็นมีใครสืบสาวเอาเรื่องอะไรเลย (สรุปว่าตายฟรี) งงนะ...

อีกตัวละครที่น่าสนใจก็คือ สามินี เพื่อนรักของนางเอก เดาว่าน่าเธอน่าจะได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกในนิยายเรื่องต่อๆไปของคุณนภาสรรแน่ ออกจะน่ารักซะอย่างงั้น

โดยรวมแล้วนับว่าเรื่องนี้สนุกและน่าสนใจดีค่ะ นับว่าเป็นการคั่นอารมณ์ระหว่างเสพนิยายหวานๆติดต่อกันมาหลายเล่ม ถ้าใครชอบนิยายแนวนี้ อย่าลืมลองหามาอ่านดูนะคะ :D

-hypomania-

'เพราะผมคือพระอาทิตย์ที่พร้อมจะถ่ายทอดความอบอุ่นแก่คุณเสมอ'

Wednesday, September 3, 2014

The Sweetest Winter หนาวหวาน / มาภา

The Sweetest Winter หนาวหวาน
ผู้แต่ง มาภา
สำนักพิมพ์ อรุณ
พิมพ์ครั้งแรก สิงหาคม 2557


ใครจะไปคิดว่าในโลกนี้ยังมีทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านต้องปลอมตัวมาเป็นเด็กล้างจานถึงเมืองนอกเมืองนา เพื่อตามหารักแท้ให้ได้ภายในครึ่งปี

เมื่อ ชานนท์ วงศ์สวัณณ์ วิศวกรหนุ่มพ่วงท้ายด้วยตำแหน่งเอ็มดีของ 'คริสตัล' กิจการลูกในเครือ 'แชนเดอร์เลียร์' อันยิ่งใหญ่ของบิดา รับพนันเพื่อนรักให้ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงเมืองผู้ดีอังกฤษ เพื่อตามหาผู้หญิงสักคนที่จะรักและจริงใจกับเขาโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อใจเลยแม้แต่บาทเดียว 


และคงเป็นเพราะโชคชะตาเข้าข้าง เมื่อสาวไทยคนแรกที่เขาพบในสนามบินได้นำทางเขาไปสู่ร้าน 'ดอกรัก' ร้านอาหารไทยใจกลางกรุงลอนดอน สถานที่ที่ทำให้ดอกรักในหัวใจของเขาได้แบ่งบานขึ้นโดยไม่รู้ตัว


ศิโรธร วานิชธนาเวทย์...พนักงานเสิร์ฟสาวที่หยิบยื่นตั๋วโดยสารรถไฟใต้ดินให้กับชายหนุ่มแปลกหน้าเพราะมันหมดประโยชน์กับเธอ โดยที่เธอเองก็ไม่คาดคิดว่า 'เพื่อนร่วมชายคา' อย่างเขาจะกลายมาเป็น 'เพื่อนร่วมเส้นทางชีวิต' 


แม้จะหนาวติดลบ แต่หัวใจของทั้งเขาและเธอกลับอบอุ่นเมื่อมีกันและกัน ร่วมฝ่าฟันปัญหาทุกอย่าง แม้หิมะจะตกหนัก แต่เขากลับเป็นไออุ่นของแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องในหัวใจของเธอ



**************************************************************************


สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบเอานิยายออกใหม่ The Sweetest Winter หนาวหวาน ของคุณมาภามารีวิวทั้งที่เพิ่งซื้อนิยายมาหลายเล่มพร้อมกัน แต่เลือกอ่านและรีวิวเล่มนี้ก่อน (ที่จริงยังมีนิยายที่ยังเขียนรีวิวค้างไว้อีกหลายเรื่อง แหะๆ) เพราะ หนาวหวาน เล่มนี้มีฉากหลังอยู่ที่ลอนดอนค่ะ ประจวบเหมาะกับที่เจ้าของบล็อกจะหนีไปเที่ยวอังกฤษเดือนหน้าพอดี เลยหยิบเอาเล่มนี้มาอ่านบิลด์อารมณ์ไปพลางๆก่อน



***** 


เมื่อ ชานนท์ หรือ หมอก บุตรชายคนเดียวของเจ้าของธุรกิจหมื่นล้านถูกปรามาสโดยเพื่อนรัก ว่าคนที่จีบหญิงไม่เป็นอย่างเขาไม่มีทางจีบใครติดถ้าไม่เอาโพรไฟล์สุดเลิศของเขามาเกี่ยวข้อง ชายหนุ่มจึงท้าพนันกับเพื่อนซี้โดยเอาที่ดินผืนใหญ่และศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน...เขาจะต้องไปอยู่ที่ลอนดอนโดยใช้เงินแค่เพียง 2 แสนบาท และต้องหาแฟนให้ได้ภายใน 6 เดือน!


หลังจากที่เขาเหยียบย่างถิ่นผู้ดีได้เพียงไม่กี่นาที ชานนท์ได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าที่มีน้ำใจให้ตั๋วรถไฟแก่เขาที่สนามบิน และได้ยินบทสนทนาเกี่ยวกับงานที่ร้านอาหารไทยระหว่างเธอคนนั้นกับเพื่อนโดยบังเอิญ เขาจึงตัดสินใจไปสมัครงานที่ร้าน 'ดอกรัก'...ร้านอาหารไทยกลางกรุงลอนดอน


ชานนท์ตัดสินใจเช่าห้องพักอยู่บนร้านดอกรักพร้อมกับทำงานในร้าน และแล้วเขาก็ได้เจอกับคนๆนั้น...ศิโรธร หรือ มิ้ม...หญิงสาวที่เขาเจอที่สนามบิน แต่การพบกันครั้งที่ 2 เป็นอะไรที่ไม่ประทับใจสำหรับเธอเลย เพราะเธอดันเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปเจอเขากำลังนุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่ผืนเดียวนี่สิ! อีตานี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย!


จากการที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกันทำให้ศิโรธรได้เรียนรู้ว่า ภายใต้ท่าทีและวาจากวนประสาทนั้น ชานนท์เป็นคนที่มีน้ำใจต่อผู้อื่น และภายในเวลาไม่นานนัก เธอก็ต้องยอมรับใจตัวเองว่ามีความรู้สึกที่ดีไม่น้อยต่อผู้ชายคนนี้...


ทั้งที่ตั้งใจแล้วว่าใครที่เธอจะเลือกมาเป็นคนรักจะต้องร่ำรวย...ให้สมกับที่เคยถูกเหยียดหยาม แถมในความเป็นจริงศิโรธรก็ยังมีหนุ่มไฮโซหลายคนคอยตามเทียวไล้เทียวขื่อ เธอก็ไม่เคยหวั่นไหวไปกับผู้ชายคนไหน...ยกเว้นเขาคนนั้น... 


เขา...คนที่คอยเป็นกำลังใจ อยู่เคียงข้างในยามที่เธอท้อแท้
เขา...คนที่คอยให้คำปรึกษา เปลี่ยนมุมมองบางอย่างในชีวิตของเธอ

หลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่ลอนดอน ชานนท์ก็ต้องทำงานทั้งที่ร้านดอกรักในเวลากลางวัน ซ้ำยังต้องตื่นแต่เช้าและนอนดึกเพื่อเคลียร์งานให้กับบริษัทตนเองที่เมืองไทย แต่เขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองต้องลำบากเลยแม้แต่น้อย...เพราะมีเธอคนนั้นอยู่ที่นี่...


เธอ...ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งซึ่งมีน้ำใจเอื้อเฟื้อกับผู้อื่น

เธอ...ผู้หญิงที่เข้มแข็งและหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเอง

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ความรักอันอบอุ่นหวานชื่นของหนุ่มสาวทั้งสองค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ แต่เมื่อความจริงเกี่ยวกับตัวตนของชานนท์ถูกเปิดเผย เขาและเธอจะจัดการกับหัวใจของตนเองอย่างไร... 



*****

ขออนุญาตกรีดร้องดังๆให้กับนิยายเรื่องนี้ของคุณมาภาค่ะ ประทับใจความรักของพระ-นางคู่นี้มาก อินแอนด์ฟินสุดๆ ชอบบุคลิกของนายหมอกค่ะ เป็นพระเอกที่เจ้าของบล็อกรู้สึกว่าเป็น 'มนุษย์' จริงๆ รู้สึกว่าจับต้องได้ (แม้จะเป็นไฮโซที่ในชีวิตจริงเราคงไม่มีโอกาสจะได้เจอ ฮ่าๆๆ) ไม่ใช่แค่ตัวละครในนิยาย เวลาอยู่กับเพื่อนก็เฮฮา กวนบาทา...เวลาทำงานก็จริงจังสุดตัว ทั้งงานของบริษัทและงานเด็กส่งของที่ตั้งใจจะทำแค่ช่วงเวลาสั้นๆ...ส่วนเวลา 'รัก' เขาก็ทุ่มเทให้หมดใจ มั่นคง และพร้อมที่จะให้แต่สิ่งดีๆแก่ผู้หญิงคนนั้น...อ่านแล้วอิจฉายายมิ้มอย่างแรงค่า...ในชีวิตจริงใครได้เจอผู้ชายแบบนี้ แม้จะไม่ต้องถึงขั้นอภิมหาเศรษฐีแบบนายหมอกก็เหอะ ถือว่าคุณโชคดียิ่งกว่าซื้อหวยแล้วถูกรางวัล 10 งวดติดอีกอะ! 

ส่วนหนูมิ้มก็ควรค่าแก่การถูกรักโดยผู้ชายดีๆแบบนี้แล้วแหละค่ะ เธอเป็นคนมีน้ำใจ ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และซื้อไม่ได้ด้วยเงิน...เธอยินดีทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ใช่หญิงสาวที่รักสบายหลอกให้ผู้ชายเลี้ยงไปวันๆนะจ๊ะ...นี่แหละค่ะ คุณค่าที่คุณคู่ควร


จะว่าไปพล็อตพระเอก-นางเอกปลอมตัวไปหารักแท้ก็พบได้ทั่วไปในนิยายไทย แต่สำหรับเรื่องนี้คุณมาภา 'เอาอยู่' ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายฉากหนาวๆทึมๆในลอนดอนที่อบอวลไปด้วยความรักให้ปรากฏเป็นภาพในจินตนาการของคนอ่าน (เจ้าของบล็อกอ่านแล้วนึกภาพออกเลยค่ะ อินจัด) แถมด้วยตัวละครที่ดู 'เรียล' บวกกับอารมณ์หวานๆที่ได้จากการเสพเรื่องราวความรักของนายหมอกกับหนูมิ้ม...เรื่องนี้เจ้าของบล็อกบอกได้เลยว่า 'ปลื้มมาก' ค่ะ :D 


ส่วนตอนท้ายของเรื่องเจ้าของบล็อกสะใจกับบทลงโทษสำหรับนายภูมินทร์ยิ่งนัก โทษฐาน 'เผือก' เรื่องของเพื่อนรักโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีซะก่อน ฮ่าๆๆ และก็ชอบนางเอกตรงที่เธอไม่หลงเต้นแร้งเต้นกาไปกับคำพูดของคนอื่น แต่เธอเลือกที่จะ 'เชื่อ' หัวใจของเธอเองและคนที่เธอรักค่ะ...เป็นนางเอกนิยายที่เจ้าของบล็อกชอบมากคนนึงเลยนะคะเนี่ย

ถึงแม้ว่านิยายเรื่องนี้จะไม่มีตัวอิจฉาโผล่มาให้เห็น แถมยังไม่มีฉากดราม่าจัดหนักให้คนอ่านบ่อน้ำตาแตก แต่ผู้แต่งก็สามารถตรึงคนอ่านให้อินไปกับความรักอันหวานละมุนของพระ-นางได้ค่ะ ใครที่ชอบนิยายรักโรแมนติกแนวนี้ ขอแนะนำเลยนะคะ


อ่านเรื่องนี้จบแล้วก็ได้แต่ฝันว่าเดือนหน้าที่เจ้าของบล็อกไปเที่ยวลอนดอนจะโชคดีได้เจอหนุ่มหล่อแสนดีแบบนายหมอกกับเขาบ้าง แต่จะมีวันนั้นเหรอเนี่ย...มโนได้อีกนะเธอ เอิ๊กๆๆ :D


-hypomania-



'ผมไม่เคยรู้และไม่เข้าใจความหมายของคำว่าจีบ เพราะที่ผ่านมาทั้งชีวิตก็ไม่เคยต้องใช้คำนี้กับใคร แต่ที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ก็เพราะมิ้ม...'

Sunday, August 24, 2014

ดาวลิขิตรัก / อุธิยา

ดาวลิขิตรัก
ผู้แต่ง อุธิยา
สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ
พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2557



ทุกย่างก้าวของชีวิตคนหนึ่งคน ถูกกำหนดจากอะไร ด้วยสองมือหรือโชคชะตา

ชายชาติทหารอย่าง ธนุส จำต้องลดเกียรติและศักดิ์ศรีเหลือเพียงคนขับรถ เพื่อดูแลสองสิ่งที่เหลือในชีวิต คือน้องชายพิการกับแม่นมผู้มีพระคุณ เก็บกดทุกความทุกความชอกช้ำ ยอมให้อีกฝ่ายกำหนดชีวิต สิ่งเดียวที่ทำให้การตื่นเช้ามาของเขามีความหมายคือ 'เธอ' หญิงสาวตัวเล็กๆที่เป็นเหมือนดาวทอแสงในใจ 

แม้เขาจะไร้ความหมาย แต่เธอก็มอบความสำคัญให้และไม่เคยมองข้าม เธอพยายามจะลิขิตดวงใจและชีวิตของตนเองไม่ให้อยู่ในกรอบของผู้เป็นพ่อด้วยการมอบหัวใจรักให้เขา

เขาควรจะรู้สึกอย่างไร ในเมื่อเธอ...วลีรักษ์ เป็นลูกสาวของนายจ้าง...คนที่ทำให้ครอบครัวเขาล่มสลาย เขาควรจะตอบแทนความรักมั่นของเธอ หรือใช้เธอเป็นเครื่องมือในการปลดบ่วงพันธนาการ...


************************************************************************


สวัสดีค่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเจ้าของบล็อกงานยุ่งๆ ก็เลยห่างจากการรีวิวนิยายไปซะหลายวัน คราวนี้กลับมาแล้วค่ะพร้อมกับนิยายที่หยิบมาอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ จนวันนี้ฤกษ์ดี เลยได้เอามาเขียนถึงซะที

ใครที่เคยอ่าน บุพเพกำนัลรัก คงจะจำสาวหมวยตัวแสบอย่าง รุจี กับเหล่าเพื่อนซี้ของเธอคือ อรดา ไพรวรินทร์ และอีกหนึ่งสาว...วลีรักษ์ ได้ เธอคนนี้นี่แหละค่ะที่เป็นนางเอกของเรื่องที่จะรีวิวในวันนี้... ดาวลิขิตรัก ผลงานของคุณอุธิยา ที่หลายคนคุ้นเคยกับงานของเธอเป็นอย่างดี


*****

ชิีวิตของลูกสาวคนเดียวของนายทหารใหญ่เติบโตมาด้วยความพรั่งพร้อมทั้งฐานะ รูปร่างหน้าตา รวมทั้งความรักจากผู้เป็นพ่อและแม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กหญิงวลีรักษ์ยังขาดไปก็คือเพื่อนสนิทในวัยเดียวกัน จวบจนวันหนึ่งที่เธอได้พบกับ ธนุส ชายหนุ่มที่มีตำแหน่งเป็นคนขับรถคนใหม่ของบิดา

เขา...คนที่เปรียบเสมือนอัศวินผู้พิทักษ์ และปกป้องเธอ

เขา...ผู้เป็นพี่ชายที่คอยสอนน้องน้อยคนนี้ให้รู้จักโลกภายนอก 

เขา...คนที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท ที่เธอสามารถพูดคุย ปรึกษาได้เกือบทุกเรื่อง

ทว่าความใกล้ชิดก็ยังมีเส้นบางๆที่ชายหนุ่มพยายามขีดคั่นไว้ไม่ให้เด็กหญิงเข้าถึงตัวตนของเขาได้ แถมบิดายังไม่ต้องการให้เธอสนิทสนมกับเขามากนัก แล้วเป็นเพราะอะไรกันเล่า...


*****

ชีวิตที่กำลังไปได้สวยของธนุสกลับพลิกตาลปัตร เมื่อพ่อของเขาถูกจับกุมด้วยข้อหาค้ายาเสพติดโดยฝีมือลูกน้องตนเอง ซ้ำร้ายแม่และพี่ชายต้องมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ น้องชายต้องมาพิการจนเดินไม่ได้... และแล้วโชคชะตายังเล่นตลกไม่พอ เขาถูกบีบให้ลาออกจากการเป็นครูฝึกชุดปฏิบัติการของทหารโดยฝีมือของ 'ใครคนนั้น' 

ความคับแค้นใจของเขายิ่งเท่าทวีคูณเมื่อถูกลดศักดิ์ศรีให้กลายเป็นเพียง 'คนขับรถ' หากชายหนุ่มไม่มีทางเลือก...เขาเป็นคนที่ใครๆก็ไม่ต้องการให้มาทำงานด้วยเพราะพ่อของเขาค้ายา ดังนั้นเพื่อปากท้องของน้องชายและแม่นมเก่าแก่ที่เลี้ยงดูเขามา ธนุสจึงจำยอมต้องตกเป็นเบี้ยล่างของพันเอกอรรณพ...อดีตลูกน้องที่เป็นคนจับพ่อของเขานั่นเอง

ด้วยความกังวลของผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจส่งวลีรักษ์ไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่อังกฤษเพื่อเป็นการขัดขวางไม่ให้บุตรสาวสนิทสนมกับคนขับรถผู้นั้นไปกว่านี้...หลายปีผ่านไป เด็กสาวไม่เคยลืมผู้ชายตัวโตหน้าขรึมที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ได้เลย วลีรักษ์จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยในเมืองไทยเพียงเพราะต้องการจะใกล้ชิดกับเขา 

เมื่อความพยายามประสบผลสำเร็จ เธอกลับต้องผิดหวังเพราะบิดาให้คนขับรถเก่าแก่เป็นคนรับส่งเธอแทนที่จะเป็นชายหนุ่มคนนั้น แต่อยู่มาวันหนึ่ง หญิงสาวถูกกระชากกระเป๋า จึงเป็นเหตุให้นายพลอรรณพตัดสินใจให้ธนุสทำหน้าที่ขับรถและดูแลความปลอดภัยให้เธอแทน... นั่นเท่ากับว่าเธอจะมีโอกาสได้คุยกับเขามากขึ้นแล้วสินะ! วลีรักษ์จึงเดินหน้ารุกอย่างมีชั้นเชิง...จนในที่สุดธนุสก็ยอมเปิดใจให้เธอมากขึ้น

ขณะที่โลกของวลีรักษ์กำลังเป็นสีชมพู บิดามารดาของเธอกลับอนุญาตให้ ภรัญญู บุตรชายของ เฉลิมชัย นักธุรกิจใหญ่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเธอ และเธอก็รู้ด้วยว่าทั้งบุพการีและภรัญญูต้องการอะไร

ภาพบาดตาระหว่างวลีรักษ์กับธนุสทำให้นายพลอรรณพตัดสินใจให้ลูกสาวหมั้นหมายกับภรัญญูโดยไม่ฟังคำคัดค้านของเธอ เธอจึงตัดสินใจเอาปืนขู่ธนุสให้พาเธอหนีออกจากบ้านก่อนถึงวันหมั้นเพียงไม่กี่วัน

หนุ่มสาวทั้งสองพากันหนีไปพักในจังหวัดทางภาคใต้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจ หัวใจสองดวงผูกพันรัดร้อยเข้าด้วยกันมากขึ้นทุกที ทว่าวลีรักษ์ไม่เคยได้คำตอบว่าแท้จริงแล้วที่ผ่านมาสิ่งที่เขาทำให้เธอนั้นมาจากหัวใจ หรือเขาเพียงแค่ต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นบิดา! หญิงสาวกลัวว่าจะได้รับคำตอบที่ตนเองไม่ต้องการที่จะได้ยิน!

ลูกน้องของพลตรีอรรณพตามมาจนเจอคนทั้งสอง ธนุสถูกซ้อมปางตาย ในขณะที่ผู้เป็นบิดาบังคับพาลูกสาวกลับกรุงเทพฯ หญิงสาวกลับถึงบ้านพร้อมกับข่าวร้ายจากบิดาว่า...ภรัญญูไม่ติดใจอะไรกับเรื่องที่ผ่านมา และต้องการแต่งงานกับเธอโดยเร็ว! 

ความโศกเศร้าเนื่องจากคิดว่าชายผู้เป็นที่รักได้อำลาจากโลกไปแล้วด้วยฝีมือของบิดา ทำให้เธอสูญเสียกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไป วลีรักษ์จึงตัดสินใจลาโลกอันโหดร้าย...แต่ฟ้าดินก็ยังไม่เป็นใจให้เธอตาย ทางบ้านจึงพาหญิงสาวส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา

รุจีได้ยินข่าวว่าเพื่อนรักเข้าโรงพยาบาล สาวหมวยจอมซ่าจึงไปเยี่ยมวลีรักษ์พร้อมกับสิ่งของที่ใครคนหนึ่งไหว้วานให้เธอนำมันกลับมาคืนให้กับเพื่อนรัก...สร้อยคอพร้อมจี้รูปนางฟ้า ของขวัญจากธนุสที่หญิงสาวทำหลุดหายไปในวันที่เธออยู่กับเขาเป็นครั้งสุดท้าย...นั่นแปลว่าเขายังมีชีวิตอยู่ และเก็บสร้อยคอนั้นไว้ให้เธอใช่ไหม...หัวใจของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าสักวันเขาจะต้องกลับมาหาเธอ...

ธนุสที่พักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บเป็นที่เรียบร้อยมาดักรอพบพลตรีอรรณพเพื่อให้เบาะแสอะไรบางอย่าง...หลักฐานเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดกับพ่อของเขาในคดีค้ายาเสพติดเมื่อครั้งกระโน้นที่พี่ชายของเขาเก็บซ่อนไว้ก่อนที่จะเสียชีิวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ชายหนุ่มตั้งใจที่จะลากคอคนร้ายทั้งหมดในคดีนั้นออกมารับโทษทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่พ่อของเขาที่จะเป็นคนรับบาปนั้นแต่เพียงผู้เดียว! และอีกเหตุผลเป็นเพราะหญิงสาวที่เป็นดั่งดวงดาวที่ส่องแสงในใจเขา...เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับครอบครัวของนายเฉลิมชัย...หนึ่งในหุ้นส่วนของพ่อ!

ภารกิจของธนุสจะประสบความสำเร็จหรือไม่ และความรัก ความหวังของหนุ่มสาวทั้งสองจะจบลงอย่างไร เมื่อต้องก้าวข้ามกำแพงแห่งชนชั้น...


*****

ด้วยความที่ชอบเสพนิยายดราม่าเป็นทุนเดิม เลยทำให้เจ้าของบล็อกถูกอกถูกใจเล่มนี้ของคุณอุธิยามากค่ะ สำนวนการเขียนก็ยังคงเป็นสไตล์ของเธอ เรียบง่าย ไม่วิลิศมาหรา แต่อ่านแล้ว 'อิน' 

จะว่าไปบุคลิกของนางเอกนี่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวมาก โดยเฉพาะความคิด คำพูดคำจา จะเห็นว่าพ่อของเธอเองยังจำนนด้วยคำพูดของลูกสาวอยู่บ่อยๆ แต่เธอก็มีแง่มุมง้องแง้งแง่งอนตามประสาสาวน้อยเวลาอยู่กับพระเอก :D

ส่วนธนุสของคุณหนูวาวก็เป็นผู้ชายเคร่งขรึม ออกแนวเก็บกดนิดๆด้วยซ้ำ ด้วยฐานะที่ถูกลดจนเหลือแค่เพียงคนขับรถ เลยทำให้เขาดูเหมือนจะเย็นชากับคนอื่น แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ค่ะ...ครอบครัวตัวเองโดนกระทำซะขนาดนั้น เป็นใครก็คงคิดแบบพระเอก แต่สิ่งที่เจ้าของบล็อกประทับใจมากคือ ต่อให้โกรธเกลียดพ่อของวลีรักษ์ขนาดไหน เขาก็ไม่เคยทำร้ายจิตใจเธอจริงๆจังๆเลย แมนมากค่า อิอิ...

ในความรู้สึกของเจ้าของบล็อก เรื่องนี้มีจุดที่อ่านแล้วทะแม่งๆอยู่เล็กน้อย ตรงที่พ่อของนางเอกได้เป็นรัฐมนตรีช่วย แต่ดันบอกว่ายังเป็นข้าราชการ...ที่จริงจะเป็นรมช.ได้ ต้องลาออกจากการเป็นข้าราชการประจำก่อนใช่รึเปล่าคะ 

กับอีกจุดนึงตรงยัยหมวยแสบรุจี ใครที่เคยอ่านบุพเพกำนัลรักคงจะรู้ว่าเธออ่อนภาษาอังกฤษอย่างแรง แต่เธอดันรู้นะว่าชื่อเล่นของธนุสแปลว่าอัศวิน (knight) จุดนี้ก็ขัดๆนิดหน่อย แต่ไม่มากเท่าประเด็นแรกค่ะ 

ตอนอ่านนิยายเรื่องนี้รู้สึกว่าตัวเองหมั่นไส้รุจีเอามากๆ เธอดูไม่ค่อยเหมือนสาวซ่าในเรื่องบุพเพกำนัลรัก ที่ต้องมาทำตัวเป็นเด็กดีภายใต้การปกครองของคุณสามี (แต่เหตุการณ์ในบุพเพกำนัลรักจะเกิดทีหลังดาวลิขิตรักหน่อยนึงค่ะ เป็นช่วงหลังจากที่ 4 สาวเรียนจบแล้ว) จะว่าไปคู่ ธนุส-วลีรักษ์ นี่ให้อารมณ์ต่างจากคู่ ภาคี-รุจี เยอะเอาการอยู่ ทั้งที่อายุก็ห่างเท่าๆกัน แค่ 15 ปีเอ๊ง....เข้าข่ายพระเอกกินหญ้าอ่อนอีกแล้วสิเนอะ หุหุ...

ส่วนตอนจบของเรื่องอาจจะค้างๆหน่อยในความรู้สึกของคนอ่านบางคน เจ้าของบล็อกเองก็ 'ค้าง' ค่ะ แต่ก็เข้าใจความคิดของท่านนายพลว่าต้องค่อยๆวางแผนอนาคตให้ลูกเขยซะก่อนที่จะเปิดตัว เอาเถอะค่ะ...จบแบบ happy ending อย่างนี้ คนอ่านก็ปลื้มปริ่มแล้ว

ถึงจะมีจุดติดขัดไปบ้าง แต่โดยรวมเรื่องนี้เจ้าของบล็อกชอบมากนะคะ ตอนนี้ก็กำลังรอให้คุณอุธิยาเขียนเรื่องของ 2 สาวที่เหลืออยู่ ดูท่าแล้วเรื่องของสาวเปรี้ยวอย่างอรดาคงจะมีอะไรให้คนอ่านได้ลุ้นอีกตามเคย :D

-hypomania-

Tuesday, August 12, 2014

หนึ่งคำรัก / อิสย่าห์

หนึ่งคำรัก
ผู้แต่ง อิสย่าห์
สำนักพิมพ์ คำต่อคำ
พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2557




จะว่าไป ศีลธรรม ก็ไม่ได้จะอะไรนักหนากับการที่ผู้ช่วยส่วนตัวสักคนจะลาออก ในเมื่อพิธีกรหนุ่มสุดฮอต หล่อ รวย และเพอร์เฟกต์อย่างเขาจะหาพีเอคนใหม่ย่อมง่ายแค่กระดิกนิ้ว


มันติดตรงที่ว่า ณฐา พีเอคนนี้ของเขาดันอึด ถึก ทน รับคำสั่งเขาได้สารพัดสิ่ง สนองความต้องการชนิดทะลุเพดานของเขาได้อย่างน่าทึ่ง เหนืออื่นใดยังรู้จักรู้ในเขาไปเสียทุกอย่าง ชนิดไม่ต้องให้เอ่ยปากด้วยซ้ำ


มัน 'เรื่องงาน' ล้วนๆ ที่ทำให้เขาทนให้สาวหน้าจืดจอแบนอย่างเธอทำงานชิดใกล้หนุ่มเพอร์เฟกชันนิสต์อย่างเขามาตั้งห้าปี ทั้งที่เขาเคยมีพีเอสวย เอกซ์ เซ็กซ์ อึ๋ม มานับไม่ถ้วน และก็ 'เรื่องงาน' จริงๆ อีกนั่นแหละ ที่ทำให้เขายอมคิดแผนบ้าๆ... พาตัวเองเข้าไปอยู่ในบ้านเธอ!


ก็จะทำไงได้ ในเมื่อจู่ๆ ดันมีหนุ่มหน้าตี๋ที่ไหนไม่รู้มาวนเวียนเทียวไล้เทียวขื่อ หนำซ้ำยังทำท่าจะชิงตำแหน่งคนสำคัญอันดับหนึ่งในสายตาเธอไปจากเขาเสียดื้อๆ แค่คิดว่าเธอจะไปจากเขา จะไม่อยู่ใกล้เขา จะไม่เป็นพีเอของเขาอีกต่อไป ศีลธรรมก็แทบอยู่ไม่ติด


เขาไม่ใช่สมภารกินไก่วัด และไม่เคยเปลี่ยนรสนิยมมาชื่นชมสาวจอแบน แต่เรื่องจะให้หมอนั่นมางาบ เอ๊ย...มาชิงตัวผู้ช่วยมือหนึ่งของเขาไปง่ายๆ คงไม่ใช่เขาแน่ และไม่ว่ามันจะดูโรคจิตและเวอร์สุดฤทธิ์ขนาดไหน เขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อชิงเธอกลับมา


ขอย้ำให้เข้าใจกันอีกครั้ง...นี่มันเรื่องงาน!



************************************************************************


สวัสดีค่า หนนี้ถึงคราวรีวิว หนึ่งคำรัก นิยายลำดับที่ 4 ในซีรีย์ 'บ้านน้อยซอยเดียวกัน' ของสำนักพิมพ์คำต่อคำ ซึ่งเจ้าของบล็อกอ่านจบไปหลายเดือนแล้ว ถึงตอนนี้ก็เพิ่งมีโอกาสอ่านหนังสือในชุดนี้ไปแค่ 2 เล่มเอง คือ ต้องฤทธิ์รัก กับเรื่องนี้ค่ะ ส่วนอีก 2 เรื่องยังอยู่บนชั้นหนังสือที่บ้าน รอฤกษ์ปัดฝุ่นหยิบมาอ่านต่อไป แหะๆ


*****

ศีลธรรม พิธีกรชื่อดังแห่งยุค เจ้าของรายการทอล์คโชว์สุดฮิต 'หนึ่งคำรัก' เบื้องหน้าเขาดูเป็นพิธีกรที่ตรง! แรง! และเวอร์สุดขีดยังไง หลังกล้องก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่...ผู้ชายอะไรบ้าอำนาจ...โรคจิต...จน PA อย่างเธอประสาทเสียไปแล้ว!

ณฐา หรือ หนูนิ่ม ลูกสาวเพื่อนสนิทของมารดาศีลธรรม เธอ...ยัยสาวหน้าจืดจอแบน ที่ต้องมารับชะตากรรมเป็นทาสเทวี...เอ๊ย...ผู้ช่วยส่วนตัวของเขา นอกจากจะถูกโขกสับใช้งานอย่างไม่เป็นธรรมทุกวัน เธอยังต้องมาคอยสับรางสาวๆให้เจ้านายอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเห็นแก่เงิน...ณฐาจะขอลาจากอีตาโรคจิตคนนี้!


เห็นเงียบๆหงอๆอย่างนี้ แต่ณฐากลับรู้ใจเขาไปซะทุกอย่าง อย่างนี้ศีลธรรมไม่ยอมให้ใครมาช่วงชิงเธอไปจากเขาได้หรอก...ไม่มีทาง! แต่เอ๊ะ...อย่าเพิ่งเข้าใจผิด! นี่มันแค่เรื่องงานเท่านั้นนะ เขาน่ะเหรอจะชอบผู้หญิงจืดชืดอย่างณฐา เป็น-ไป-ไม่-ได้!! 


และอย่าหวังเลยว่าเขาจะปล่อยพีเอที่สุดแสนจะรู้ใจเขาให้ตกร่องปล่องชิ้นไปกับไอ้สถาปนิกหน้าจืดอย่าง ติสรณ์ งานนี้เขาจะต้องขัดขวางทุกวิถีทาง ถึงแม้จะต้องลงทุนขนาดไปเฝ้าเธอที่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง...เขาก็จะทำ!! 


สุดท้ายศีลธรรมก็หาหนทางไปสร้างบ้านน็อกดาวน์บนพื้นที่บ้านของณฐาเข้าจนได้ ท่ามกลางสายตาพิฆาตของ ณิชมน พี่สาวของณฐา แต่คนอย่างเขาหรือจะแคร์...ไม่มีซะล่ะ...



*****

และแล้วคุณอิสย่าห์ก็ไม่ทำให้เจ้าของบล็อกผิดหวังกับเรื่องนี้จริงๆค่ะ เป็นเรื่องที่นอกจากจะอ่านไปฮาไป มุกกระจายตามสไตล์ของผู้เขียนแล้ว ยังแทรกไปด้วยกลิ่นอายความรักของคนในครอบครัวอีกด้วย อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นค่ะ :D


จุดที่โดดเด่นมากของเรื่องนี้คือคาแรกเตอร์ของศีลธรรมนั่นเอง เป็นพระเอกที่ไม่เคยพบเจอในนิยายเรื่องไหนมาก่อน แบบว่าเพี้ยนมากค่า เหมือนคนที่มีอาการทางจิตเวชบางอย่าง (คือเห็นแค่ชื่อฮีก็ฮาละ เพราะช่างขัดกันกับนิสัยซะเหลือเกิน ฮ่าๆๆ) ตรรกะและการกระทำแต่ละอย่างของฮีช่างไม่ธรรมดาซะจริงๆ อย่างมุกทำน้ำท่วมบ้านเอย...มุกบุกเข้าไปในห้องนางเอกเอย...ทำไปได้นะคุณศีล...ขอชื่นชมในความสร้างสรรค์ของผู้เขียนค่ะ แต่ศีลธรรมเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมีปมบางอย่างตั้งแต่วัยเด็ก ก็เลยทำให้มีลักษณะนิสัยเป็นอย่างนั้น และเมื่อได้เข้ามาอยู่กับครอบครัวของณฐา...จึงทำให้เขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น นับเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการให้คนอ่านฟีลกู๊ดได้เป็นอย่างดีค่ะ แต่ก็นะ...ถึงแม้จะหวงแสนหวงนางเอกยังไง ฉลาดซักแค่ไหน คนชอบเอาชนะอย่งคุณศีลก็ไม่เคยรู้ใจตัวเองเลย จนกระทั่งวันที่จะต้องสูญเสียณฐาไปจริงๆนั่นแหละ เฮ้อ...แล้วฮีจะมีวิธีง้อนางเอกยังไง อันนี้ต้องไปอ่านเองในเรื่องนะคะ


อีกอย่างที่ชื่นชอบมากก็คือบทบาทของสาวๆในบ้านของหนูนิ่ม ทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ ล้วนมีบุคลิกเฉพาะตัวที่สามารถเรียกรอยยิ้มจากคนอ่านได้ โดยเฉพาะเด็กหญิงป๋อมแป๋มกับคุณยาย น่ารักมากๆ :)


ส่วนตัวร้ายนี่เป็นอะไรที่เจ้าของบล็อกคาดไม่ถึงเลยค่ะ รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ เห็นคุณศีลร้ายๆอย่างนี้แต่จริงใจกว่าเยอะ ถือเป็นโชคดีของหนูนิ่มที่รอดเงื้อมมือมารสังคมมาได้เพราะถูกเจ้านายโรคจิตคอยกีดกัน (อ้าว...เผลอสปอยล์ไปซะแล้ว แหะๆ) 


ยิ่งเจ้าของบล็อกติดตามอ่านนิยายของผู้เขียนเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่าฝีมือของเธอพัฒนาขึ้นเรื่อยๆนะคะ ชอบเรื่องนี้มากกว่าเรื่องที่ผ่านๆมาของคุณอิสย่าห์ค่ะ ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ :D

-hypomania-

Monday, August 11, 2014

ดวงใจรักจ้าวยุทธ์ / กะรัต

ดวงใจรักจ้าวยุทธ์
ผู้แต่ง กะรัต
สำนักพิมพ์ คำต่อคำ
พิมพ์ครั้งแรก สิงหาคม 2557




"นอกจากข้า เขาก็ไม่เคยคิดจะแต่งกับใคร เพราะข้าเคยขึ้นเตียงกับเขาแล้ว" หลันซิ่วจูประกาศกร้าวกับสตรีที่เข้ามารายล้อมตัวเถียนเยวี่ย บุรุษปริศนาที่บิดานางช่วยชีวิตไว้ นั่นคงกล่าวอ้างได้อยู่กระมัง แม้ตอนขึ้นเตียงกับเขานั้น นางจะมีอายุเพียงเจ็ดขวบ ซ้ำที่นางกระโดดขึ้นเตียงเขาก็เพราะกลัวเสียงฟ้าร้อง!

บิดามัววุ่นวายกับเรื่องสมุนไพร อีกทั้งมารดาลาโลกตั้งแต่แบเบาะ เขาผู้เป็นเพื่อนบิดาควรอยู่ในฐานะพ่อบุญธรรมหรือท่านอาใช่หรือไม่ แต่เหตุใดมิทราบได้ เด็กสาวจึงวางเขาไว้ในสถานะ 'สามี' ของนางมาโดยตลอด 

เวลาเกือบสองปีที่บิดาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ยังสร้างเรื่องราวความผูกพันใกล้ชิดจนบังเกิดความสนิทเสน่หา ผู้อาวุโสเช่นเขาก็เพียรหักห้ามใจตัวเองเสมอมาว่า...ไม่ควร แต่ใจเจ้ากรรมพลันสั่นไหวแกว่งไกว ทั้งใกล้สมยอมอยู่รอมร่อ

ที่สุดแล้ว เขาคงมิอาจรอดเงื้อมมือนางไปได้!

************************************************************************


ฟินจิกหมอนไปหมาดๆกับ ดวงใจรักจ้าวยุทธ์ นิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรกของค่ายคำต่อคำ ที่เพิ่งออกจำหน่ายเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง เจ้าของบล็อกซื้อแบบอีบุ๊คมาตั้งแต่วันแรกที่ออก แล้วเริ่มอ่านตอนเลิกงานขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน กลับมาหยุดพักทานข้าว เล่นกับน้องหมาพอหอมปากหอมคอ อาบน้ำเสร็จก็ตะลุยอ่านจนจบตอนเกือบ 5 ทุ่ม ฮ่าๆๆ ไม่ได้อ่านนิยายแบบหักโหมอย่างนี้มานานมากแล้วค่ะ แบบนี้รับประกันความสนุกได้แน่นอน :D

*****

เถียนเยวี่ย เด็กหนุ่มที่เติบโตมาในหุบเขาไผ่หอม...เขาผู้มีชาติกำเนิดอันสูงส่ง แต่เพราะสายเลือดอันสูงศักดิ์นี้เองที่ทำให้เขาถูกปองร้ายจากผู้คนในรั้วกำแพงวัง เด็กหนุ่มถูกทำร้ายหมายเอาชีวิตเมื่อมีอายุได้ 14 ปี ทว่าสวรรค์ยังมีเมตตาที่ทำให้เขาได้พบกับ หลันหมิง หมอเทวดาที่ช่วยรักษาจนเขารอดชีวิตมาได้ในที่สุด

หลันซิ่วจู เด็กหญิงผู้ปักใจกับเด็กหนุ่มที่บิดาของนางช่วยชีวิตไว้ตั้งแต่นางอายุได้ 3 ขวบ เมื่อท่านอาเถียนของนางจากไป ดวงใจของเด็กหญิงตัวน้อยก็เฝ้าแต่รอคอยการกลับมาของเขาอย่างใจจดใจจ่อ แม้นางจะยังเล็กและอ่อนต่อโลกนัก ทั้งยังไม่เข้าใจความหมายของสามีภรรยาและแต่งงาน แต่ก็ไม่รู้ล่ะ...นางจะเป็นภรรยาของเขาให้ได้! ก็นางอยากอยู่กับเขาตลอดไปนี่นา!

ทุกครั้งที่ได้พบกับท่านอาเถียนสร้างความยินดีให้กับเสี่ยวจูเป็นอย่างยิ่ง นอกจากบิดาของนางแล้ว ท่านอานี่แหละที่เป็นคนสำคัญที่สุด นางติดเขาแจ แถมยังตู่ไปเองว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับเขา สร้างความรู้สึกประหลาดให้ก่อกวนในใจเขายิ่งนัก... 

เมื่อบิดาของหลันซิ่วจูเดินทางไกลเพื่อไปเก็บสมุนไพรแล้วหายตัวไปอย่างลึกลับ เถียนเยวี่ยที่ได้ข่าวจึงเกิดความเป็นห่วงเสี่ยวจูน้อยๆของเขา เขาจึงออกเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อรับนางมารอบิดาด้วยกันที่หุบเขาไผ่หอม

จากเดือนเป็นปี เสี่ยวจูเฝ้ารอการกลับมาของบิดาเท่าไรก็ยังไร้วี่แวว นางจึงอยู่ภายใต้การดูแลของท่านอาเถียน ความใกล้ชิดสนิทสนม ทำให้ส่ิงที่รบกวนจิตใจของเขายิ่งชัดเจนขึ้น แถมยิ่งเติบใหญ่ขึ้น ความน่ารักของเสี่ยวจูก็มิอาจทำให้เขาละสายตาไปจากนางได้เลย...นี่บุรุษอย่างเขาตกหลุมเสน่ห์ที่หญ้าอ่อนอย่างเสี่ยวจูคนนี้ขุดไว้แล้วหรืออย่างไร!  


*****

บอกได้เลยว่าเรื่องราวระหว่างเสี่ยวจูกับท่านอาเถียนนี่หวานมากค่ะ ทำเอาเจ้าของบล็อกฟินเวอร์ ระหว่างที่เขียนรีวิวอยู่ก็กำลังหยิบขึ้นมาอ่านเป็นรอบที่ 2 พล็อตนิยายพระเอกหนุ่มกับนางเอกวัยสาวแรกแย้มนี่ยังไงก็โดนใจเจ้าของบล็อกไปเต็มๆ (ชอบแนวพระเอกเลี้ยงต้อยก็ว่ามาเหอะ ฮ่าๆๆ) ยิ่งมีกลิ่นอายนิยายจีนที่โปรดปรานนี่ยิ่งใช่เลยค่ะ เจ้าของบล็อกเริ่มอ่านนิยายกำลังภายในตามคุณพ่อตั้งแต่สมัยอยู่มัธยม มาจนปัจจุบันก็ยังอ่านนิยายจีนหวานๆของแจ่มใส มากกว่ารัก เรียกว่าเรื่องนี้จัดมาได้ถูกแนวเจ้าของบล็อกเป็นอย่างยิ่งค่ะ ฮ่าๆ

สิ่งที่ชอบมากสำหรับเรื่องนี้คือบุคลิกของนางเอก เสี่ยวจูของเราเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักมาก ฉลาด ช่างเจรจา แต่ไม่ง้องแง้งน่ารำคาญนะคะ จิตใจอ่อนโยน แถมยังสดใสร่าเริง จึงไม่แปลกที่พระเอกจะอยากเคี้ยวหญ้าอ่อนอย่างนาง ส่วนท่านอาเถียนเป็นแนวพระเอกสุขุมเยือกเย็น ไม่เคยเหลือบแลสตรีนางใด แต่หนึ่งเดียวที่ทำให้บุรุษอย่างเขาหวั่นไหว ซ้ำยังกลายร่างเป็นโจรราคะได้ก็คือเสี่ยวจู...ไข่มุกเม็ดงามของเขานี่แหละ >//< 

แอบกระซิบนิดนึงว่าตอนพิเศษท้ายเรื่องน่ารักมากค่ะ ทั้งหวาน ทั้งฮา เห็นนิ่งๆอย่างนั้น ที่จริงแล้วท่านอาเถียน 'หื่น' มาก ฮ่าๆๆ

อีกจุดที่ชอบคือคุณกะรัตได้สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับธรรมเนียม ประเพณีของจีน รวมทั้งตำนานและคำศัพท์จีนให้เป็นความรู้แก่คนอ่านอย่างเราๆด้วย แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกยัดเยียดจนเกินไปค่ะ กำลังพอดีๆ

สิ่งที่ชอบก็ว่าไปแล้ว มาถึงจุดที่ยังรู้สึกค้างๆอยู่บ้างดีกว่า เป็นเรื่องปมการถูกปองร้ายของพระเอกค่ะ โดยเฉพาะตอนท้ายเรื่อง รู้สึกว่ามันสั้นๆห้วนๆไปหน่อย เหมือนผู้เขียนไม่ได้จะเน้นประเด็นตรงจุดนี้ แต่ไปเน้นความสัมพันธ์ระหว่างพระ-นางซะมากกว่า เจ้าของบล็อกคิดว่าถ้าขยายรายละเอียดเรื่องนี้เข้าไปอีกหน่อยจะทำให้เนื้อเรื่องสนุกเข้มข้นกว่านี้เยอะเลยค่ะ 

โดยรวมแล้วถือว่าเรื่องนี้สนุก อ่านแล้วได้อารมณ์หวานๆ ฟินๆ อ่านไปอมยิ้มไป ถูกจริตเจ้าของบล็อกค่ะ ใครที่ชอบนิยายแนวนี้ลองหามาอ่านดูนะคะ :D

-hypomania-

Friday, August 1, 2014

หวานลับเล่ห์ / เนวิกา

หวานลับเล่ห์
ผู้แต่ง เนวิกา
สำนักพิมพ์ คำต่อคำ
พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2557 



การหายตัวไปอย่างกะทันหันของ 'ลูกกวาด' เป็นเหตุให้ชีวิตของ 'ลูกอม' ต้องพลิกผันไปตลอดกาล


ความไม่ลงรอยกับ ภนนท์ คู่หมายของตนมาตั้งแต่เยาว์วัย และความกดดันที่ได้รับจาก วิญญู เจ้านายหนุ่มมาดขรึม คือสาเหตุหลักที่ กัญชรส ระบุไว้ก่อนจะหนีออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ มธุรส ผู้เป็นฝาแฝดกลับไม่เชื่อเช่นนั้น จึงปลอมตัวเป็นพี่สาวตนเข้าไปทำงานในบริษัทนำเข้าขนมหวานจากญี่ปุ่นเพื่อหาเบาะแส ทว่าวันแรกที่เข้าไป เธอก็ดันไปล่วงรู้ 'ภารกิจลับ' ของบริษัทขนมหวานแห่งนี้เข้าให้ ในขณะที่ภนนท์...พี่ชายแสนดีที่เธอไว้ใจมาตลอด ก็เริ่มแสดงพิรุธเกี่ยวกับภารกิจดังกล่าว จนความเชื่อใจของมธุรสที่มีต่อเขาเร่ิมสั่นคลอนขึ้นทุกที 


ภารกิจนั้นคืออะไร...พี่สาวเธอหายไปไหน... จริงๆแล้วผู้ชายทั้งสองคนนี้ซ่อนความลับอะไรไว้ แม้หนทางสู่คำตอบจะมีขวากหนาม แต่มธุรสก็ยอมทุ่มสุดตัวเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้ และยิ่งพัวพันมากเท่าไร เธอก็พบว่าภารกิจอันตรายยิ่งเต็มไปด้วยเล่ห์ลับ...ที่กลับเริ่มหวานขึ้นทุกที...จนยากที่จะถอนตัวและหัวใจออกมาเสียแล้ว!


************************************************************************



君と僕が永遠に続きますように。
'ขอให้คุณและผม...ได้อยู่ด้วยกันตลอดไป'

สวัสดีค่ะ คราวนี้เจ้าของบล็อกขอเริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยการรีวิว หวานลับเล่ห์ นิยายหน้าปกสีหวานสมชื่อจากฝีมือคุณเนวิกา นักเขียนหน้าใหม่ที่เพิ่งมีผลงานตีพิมพ์เล่มนี้เป็นเล่มแรก ซึ่งถ้าใครเห็นประโยคที่เจ้าของบล็อก quote มาไว้ด้านบนแล้วเดาว่าเนื้อเรื่องน่าจะเกี่ยวกับอะไรญี่ปุ่นๆแน่เลย แปลว่าคุณเดาได้ถูกต้องแล้วค่ะ ในเรื่องนี้เราจะได้พบกับเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับขนมญี่ปุ่น...หนุ่มหล่อที่จบจากโทได...โอะไดบะ...โตเกียว และ...ฮานะมิซุกิ...

(หมายเหตุ โทได เป็นชื่อย่อของ Tokyo Daigaku หรือมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของญี่ปุ่นค่ะ)

*****


จะว่าไปชั่วชีวิตของ มธุรส ก็ไม่เคยได้รับการแสดงออกอย่างรักใคร่กลมเกลียวจาก กัญชรส พี่สาวฝาแฝด ผู้ซึ่งเลิศเลอเพอร์เฟกต์ เหนือกว่าเธอในทุกๆด้าน แล้วอยู่ๆแฝดผู้พี่ของเธอก็หนีออกจากบ้านไป ทิ้งไว้เพียงจดหมายที่เป็นปริศนาให้เธอปลอมตัวเข้าไปทำงานที่ทาคาโอะไทยแลนด์แทน แถมคุณพี่สาวยังยื่นจดหมายลาออกจากบริษัทที่เธอทำงานอยู่แทนเธอซะอีกแน่ะ! 'ลูกอม' เลยจำใจรับบทเป็น 'ลูกกวาด' เข้าไปสืบเงื่อนงำในบริษัทนำเข้าขนมหวานแห่งนั้น และได้ยินแผนการบางอย่างของ วิญญู ผู้จัดการสุดโหดจากฝ่ายการตลาดเข้าโดยบังเอิญ

วิญญูจับได้ว่าเธอแอบฟังอยู่ เลยดึงเธอเข้าไปร่วมปฏิบัติการลับของเขา โดยที่มธุรสเองก็คาดไม่ถึงว่า ภนนท์ พี่ชายข้างบ้านผู้เป็นคู่หมายของกัญชรสก็สมรู้ร่วมคิดกับแผนการนี้ด้วย! แถมผู้ชายทั้ง 2 คนนี้นี่เองที่อาจจะเป็นต้นเหตุให้พี่สาวเธอต้องหนีไป! เรื่องมันชักจะยังไงกันแน่ล่ะเนี่ย


จากที่เธอเข้าไปร่วมภารกิจลับโดยไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ทำให้ทั้งตัวและหัวใจของเธอตกอยู่ในภาวะวิกฤติ...เธอตกหลุมรักผู้ชายที่พี่สาวเธอบอกไว้ว่า...เขาเป็นคนอันตราย! เธอควรจะเชื่อใครดี ระหว่างแฝดผู้พี่กับหัวใจของตัวเอง...



*****

ในความเห็นของเจ้าของบล็อก คู่พระเอก-นางเอกของเรื่องนี้นับเป็นคู่ที่ลงตัวมากค่ะ ระหว่างผู้หญิง 'สวยไม่มาก...แต่ท่ายากเยอะ' กับผู้ชายกล้ามท้องแน่นและ 'หล่อจนลูกน้องไม่แคร์ความดุ' (คุณวินน่ากินมากเลยเนอะ แอร๊ย...) ลูกอมของพวกเรานี่เป็นตากล้องสาวห้าว เจ้าของดีกรีเทควันโดสายดำ ผู้ใช้เพลง 'บางระจัน' เป็นริงโทนโทรศัพท์มือถือค่ะ ฮ่าๆๆ ในชีวิตจริงจะมีผู้หญิงคนไหนใช้เสียงเรียกเข้าเป็นเพลงนี้บ้างมั้ยคะเนี่ย ส่วนคุณวินเป็นแนวผู้ชายเนี้ยบ ระเบียบจัดทุกดีเทล เห็นขรึมๆเคร่งๆแบบนี้ แต่เขาก็ยังมีแง่มุมแอบหวานเป็นบางทีนะคะ บางซีนอ่านแล้วแอบจิกหมอนแทนยัยลูกอม >_< แต่คุณวินดันมีอดีตฝังใจบางอย่างเกี่ยวกับความรักก็เลยสร้างกำแพงขึ้นมาขวางตัวเองกับลูกอมเอาไว้ ซึ่งกว่าจะทุบกำแพงลงได้นางเอกของเราก็เกือบจะโปะยาสลบแล้วลากอีตาคุณวินเข้าห้องซะแล้ว ฮ่าๆๆ


ฉากหลังของเรื่องก็นับว่าโรแมนติกไม่น้อยค่ะ นอกจากเหตุการณ์ที่เมืองไทยแล้ว พระ-นางของเรายังมีโอกาสได้ไปผจญภัยที่โตเกียวด้วยกัน แถมที่โน่นยัยหนูลูกอมยังได้โชว์คิวบู๊ท่ายากทั้งหลายให้คุณวินทึ่งซะด้วย เรียกว่าฟันผ่าอุปสรรคด้วยกันมาอย่างนี้ (แถมยังได้นอนห้องเดียวกันอีก อร๊าย...) ต่อให้เป็นผู้ชายเย็นชาแบบคุณวินก็ต้องหวั่นไหวบ้างแหละน่า อิอิ... นอกจากซีนบู๊แล้ว ฉากชิลด์ๆที่ Odaiba ก็กระตุ้นต่อมอยากไปเที่ยวของคนอ่าน (หมายถึงอิชั้นเอง) ได้เป็นอย่างดีนะคะ :D


ถ้าพูดถึงคู่แรกแล้วก็คงต้องพลาดที่จะพูดถึงคู่รองอย่างลูกกวาดกับพี่นนท์ไม่ได้ คู่นี้ออกแนวรักนะแต่ไม่แสดงออกค่ะ จริงๆแล้วต่างก็แอบรักอีกฝ่ายมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ฝ่ายหญิงดูจะตั้งป้อมหาเรื่องคู่หมายของเธอตลอด ด้วยความระแวงว่าภนนท์ชอบน้องสาวของเธอ ส่วนฝ่ายชายเจอเข้าแบบนี้ก็เหวอ ทำอะไรไม่ถูกค่ะ แถมกัญชรสเองก็มักแสดงท่าทีว่าเป็นหญิงแกร่งไม่ง้อใคร เลยมีหลายคราวที่ทำให้ภนนท์หันไปเอาใจใส่มธุรสมากกว่า กลายเป็นว่ายิ่งทำให้กัญชรสไม่ชอบขี้หน้าน้องสาวตัวเองหนักเข้าไปอีก เฮ้อ... กว่า 2 คนนี้จะลงเอยกันได้ก็ต้องมีใครเจ็บตัวกันบ้าง ถึงจะหายปากแข็ง หุหุ...


นับว่าเรื่องนี้เป็นการแจ้งเกิดนักเขียนหน้าใหม่อย่างคุณเนวิกาได้อย่างสวยงามค่ะ แต่ก็ยังมีจุดที่เจ้าของบล็อกอ่านแล้วรู้สึกตะหงิดๆนิดๆ ตรงเหตุผลที่ตัวร้ายหลอกให้กัญชรสไปเชียงใหม่ อ่านดูแล้วขบคิดตามก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ดูเหมือนตรงนี้ยังมีน้ำหนักน้อยไปนิดนึง แต่ปมอื่นๆถือว่าผู้เขียนทำได้ดีค่ะ อ่านแล้วรู้สึก 'สนุกมาก' ลุ้นไปกับลูกอมตลอดทั้งเรื่อง โดยส่วนตัวชื่นชมคุณเนวิกานะคะ ได้ยินมาว่าเธอเพิ่งรับพระราชทานปริญญาบัตรจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯไปหมาดๆ อายุเท่านี้แต่เธอเขียนหนังสือได้น่าสนใจ สำนวนภาษาอ่านแล้วไม่ติดขัดเลย 


'...ชีวิตก็เหมือนชิงช้าสวรรค์ มีลง...มีขึ้น มีทุกข์ก็ต้องมีสุข หมุนไปเรื่อยๆแบบนี้ ไม่มีใครหรอกที่จะต้องทนทุกข์ไปตลอดกาล มันเป็นเรื่องปกติชีวิตมนุษย์อยู่แล้วที่ต้องพบเจอกับเรื่องราวในแง่ต่างกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และยอมรับตัวเองมากขึ้น'


หลังจากที่ได้ความประทับใจจากเรื่องนี้ไปแล้ว เจ้าของบล็อกเลยตั้งใจว่าจะติดตามผลงานเล่มต่อๆไปของคุณเนวิกาค่ะ รวมทั้ง 'วิวาห์รักร้อยเล่ห์' ที่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์อรุณด้วย ไว้ถ้าอ่านแล้วคงได้ฤกษ์มารีวิวอีกทีนะค้า :D


ก่อนจะลาไป ขอแปะเพลง Hanamizuki เวอร์ชั่นแสดงสด ของคุณ Hitoto Yo ไว้นิดนึงนะคะ เพลงเพราะมากค่ะ นึกถึงฉากที่คุณวินพูดถึงเพลงนี้...

-hypomania-




'ก่อนหน้านี้ ชีวิตของผมเคยมีเพียงรสจืดกับรสขม แต่คุณคือลูกอม...ที่เปลี่ยนโลกของผมให้หวานจับใจ'