Pages

Sunday, August 24, 2014

ดาวลิขิตรัก / อุธิยา

ดาวลิขิตรัก
ผู้แต่ง อุธิยา
สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ
พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2557



ทุกย่างก้าวของชีวิตคนหนึ่งคน ถูกกำหนดจากอะไร ด้วยสองมือหรือโชคชะตา

ชายชาติทหารอย่าง ธนุส จำต้องลดเกียรติและศักดิ์ศรีเหลือเพียงคนขับรถ เพื่อดูแลสองสิ่งที่เหลือในชีวิต คือน้องชายพิการกับแม่นมผู้มีพระคุณ เก็บกดทุกความทุกความชอกช้ำ ยอมให้อีกฝ่ายกำหนดชีวิต สิ่งเดียวที่ทำให้การตื่นเช้ามาของเขามีความหมายคือ 'เธอ' หญิงสาวตัวเล็กๆที่เป็นเหมือนดาวทอแสงในใจ 

แม้เขาจะไร้ความหมาย แต่เธอก็มอบความสำคัญให้และไม่เคยมองข้าม เธอพยายามจะลิขิตดวงใจและชีวิตของตนเองไม่ให้อยู่ในกรอบของผู้เป็นพ่อด้วยการมอบหัวใจรักให้เขา

เขาควรจะรู้สึกอย่างไร ในเมื่อเธอ...วลีรักษ์ เป็นลูกสาวของนายจ้าง...คนที่ทำให้ครอบครัวเขาล่มสลาย เขาควรจะตอบแทนความรักมั่นของเธอ หรือใช้เธอเป็นเครื่องมือในการปลดบ่วงพันธนาการ...


************************************************************************


สวัสดีค่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเจ้าของบล็อกงานยุ่งๆ ก็เลยห่างจากการรีวิวนิยายไปซะหลายวัน คราวนี้กลับมาแล้วค่ะพร้อมกับนิยายที่หยิบมาอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ จนวันนี้ฤกษ์ดี เลยได้เอามาเขียนถึงซะที

ใครที่เคยอ่าน บุพเพกำนัลรัก คงจะจำสาวหมวยตัวแสบอย่าง รุจี กับเหล่าเพื่อนซี้ของเธอคือ อรดา ไพรวรินทร์ และอีกหนึ่งสาว...วลีรักษ์ ได้ เธอคนนี้นี่แหละค่ะที่เป็นนางเอกของเรื่องที่จะรีวิวในวันนี้... ดาวลิขิตรัก ผลงานของคุณอุธิยา ที่หลายคนคุ้นเคยกับงานของเธอเป็นอย่างดี


*****

ชิีวิตของลูกสาวคนเดียวของนายทหารใหญ่เติบโตมาด้วยความพรั่งพร้อมทั้งฐานะ รูปร่างหน้าตา รวมทั้งความรักจากผู้เป็นพ่อและแม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กหญิงวลีรักษ์ยังขาดไปก็คือเพื่อนสนิทในวัยเดียวกัน จวบจนวันหนึ่งที่เธอได้พบกับ ธนุส ชายหนุ่มที่มีตำแหน่งเป็นคนขับรถคนใหม่ของบิดา

เขา...คนที่เปรียบเสมือนอัศวินผู้พิทักษ์ และปกป้องเธอ

เขา...ผู้เป็นพี่ชายที่คอยสอนน้องน้อยคนนี้ให้รู้จักโลกภายนอก 

เขา...คนที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท ที่เธอสามารถพูดคุย ปรึกษาได้เกือบทุกเรื่อง

ทว่าความใกล้ชิดก็ยังมีเส้นบางๆที่ชายหนุ่มพยายามขีดคั่นไว้ไม่ให้เด็กหญิงเข้าถึงตัวตนของเขาได้ แถมบิดายังไม่ต้องการให้เธอสนิทสนมกับเขามากนัก แล้วเป็นเพราะอะไรกันเล่า...


*****

ชีวิตที่กำลังไปได้สวยของธนุสกลับพลิกตาลปัตร เมื่อพ่อของเขาถูกจับกุมด้วยข้อหาค้ายาเสพติดโดยฝีมือลูกน้องตนเอง ซ้ำร้ายแม่และพี่ชายต้องมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ น้องชายต้องมาพิการจนเดินไม่ได้... และแล้วโชคชะตายังเล่นตลกไม่พอ เขาถูกบีบให้ลาออกจากการเป็นครูฝึกชุดปฏิบัติการของทหารโดยฝีมือของ 'ใครคนนั้น' 

ความคับแค้นใจของเขายิ่งเท่าทวีคูณเมื่อถูกลดศักดิ์ศรีให้กลายเป็นเพียง 'คนขับรถ' หากชายหนุ่มไม่มีทางเลือก...เขาเป็นคนที่ใครๆก็ไม่ต้องการให้มาทำงานด้วยเพราะพ่อของเขาค้ายา ดังนั้นเพื่อปากท้องของน้องชายและแม่นมเก่าแก่ที่เลี้ยงดูเขามา ธนุสจึงจำยอมต้องตกเป็นเบี้ยล่างของพันเอกอรรณพ...อดีตลูกน้องที่เป็นคนจับพ่อของเขานั่นเอง

ด้วยความกังวลของผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจส่งวลีรักษ์ไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่อังกฤษเพื่อเป็นการขัดขวางไม่ให้บุตรสาวสนิทสนมกับคนขับรถผู้นั้นไปกว่านี้...หลายปีผ่านไป เด็กสาวไม่เคยลืมผู้ชายตัวโตหน้าขรึมที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ได้เลย วลีรักษ์จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยในเมืองไทยเพียงเพราะต้องการจะใกล้ชิดกับเขา 

เมื่อความพยายามประสบผลสำเร็จ เธอกลับต้องผิดหวังเพราะบิดาให้คนขับรถเก่าแก่เป็นคนรับส่งเธอแทนที่จะเป็นชายหนุ่มคนนั้น แต่อยู่มาวันหนึ่ง หญิงสาวถูกกระชากกระเป๋า จึงเป็นเหตุให้นายพลอรรณพตัดสินใจให้ธนุสทำหน้าที่ขับรถและดูแลความปลอดภัยให้เธอแทน... นั่นเท่ากับว่าเธอจะมีโอกาสได้คุยกับเขามากขึ้นแล้วสินะ! วลีรักษ์จึงเดินหน้ารุกอย่างมีชั้นเชิง...จนในที่สุดธนุสก็ยอมเปิดใจให้เธอมากขึ้น

ขณะที่โลกของวลีรักษ์กำลังเป็นสีชมพู บิดามารดาของเธอกลับอนุญาตให้ ภรัญญู บุตรชายของ เฉลิมชัย นักธุรกิจใหญ่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเธอ และเธอก็รู้ด้วยว่าทั้งบุพการีและภรัญญูต้องการอะไร

ภาพบาดตาระหว่างวลีรักษ์กับธนุสทำให้นายพลอรรณพตัดสินใจให้ลูกสาวหมั้นหมายกับภรัญญูโดยไม่ฟังคำคัดค้านของเธอ เธอจึงตัดสินใจเอาปืนขู่ธนุสให้พาเธอหนีออกจากบ้านก่อนถึงวันหมั้นเพียงไม่กี่วัน

หนุ่มสาวทั้งสองพากันหนีไปพักในจังหวัดทางภาคใต้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจ หัวใจสองดวงผูกพันรัดร้อยเข้าด้วยกันมากขึ้นทุกที ทว่าวลีรักษ์ไม่เคยได้คำตอบว่าแท้จริงแล้วที่ผ่านมาสิ่งที่เขาทำให้เธอนั้นมาจากหัวใจ หรือเขาเพียงแค่ต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นบิดา! หญิงสาวกลัวว่าจะได้รับคำตอบที่ตนเองไม่ต้องการที่จะได้ยิน!

ลูกน้องของพลตรีอรรณพตามมาจนเจอคนทั้งสอง ธนุสถูกซ้อมปางตาย ในขณะที่ผู้เป็นบิดาบังคับพาลูกสาวกลับกรุงเทพฯ หญิงสาวกลับถึงบ้านพร้อมกับข่าวร้ายจากบิดาว่า...ภรัญญูไม่ติดใจอะไรกับเรื่องที่ผ่านมา และต้องการแต่งงานกับเธอโดยเร็ว! 

ความโศกเศร้าเนื่องจากคิดว่าชายผู้เป็นที่รักได้อำลาจากโลกไปแล้วด้วยฝีมือของบิดา ทำให้เธอสูญเสียกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไป วลีรักษ์จึงตัดสินใจลาโลกอันโหดร้าย...แต่ฟ้าดินก็ยังไม่เป็นใจให้เธอตาย ทางบ้านจึงพาหญิงสาวส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา

รุจีได้ยินข่าวว่าเพื่อนรักเข้าโรงพยาบาล สาวหมวยจอมซ่าจึงไปเยี่ยมวลีรักษ์พร้อมกับสิ่งของที่ใครคนหนึ่งไหว้วานให้เธอนำมันกลับมาคืนให้กับเพื่อนรัก...สร้อยคอพร้อมจี้รูปนางฟ้า ของขวัญจากธนุสที่หญิงสาวทำหลุดหายไปในวันที่เธออยู่กับเขาเป็นครั้งสุดท้าย...นั่นแปลว่าเขายังมีชีวิตอยู่ และเก็บสร้อยคอนั้นไว้ให้เธอใช่ไหม...หัวใจของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าสักวันเขาจะต้องกลับมาหาเธอ...

ธนุสที่พักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บเป็นที่เรียบร้อยมาดักรอพบพลตรีอรรณพเพื่อให้เบาะแสอะไรบางอย่าง...หลักฐานเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดกับพ่อของเขาในคดีค้ายาเสพติดเมื่อครั้งกระโน้นที่พี่ชายของเขาเก็บซ่อนไว้ก่อนที่จะเสียชีิวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ชายหนุ่มตั้งใจที่จะลากคอคนร้ายทั้งหมดในคดีนั้นออกมารับโทษทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่พ่อของเขาที่จะเป็นคนรับบาปนั้นแต่เพียงผู้เดียว! และอีกเหตุผลเป็นเพราะหญิงสาวที่เป็นดั่งดวงดาวที่ส่องแสงในใจเขา...เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับครอบครัวของนายเฉลิมชัย...หนึ่งในหุ้นส่วนของพ่อ!

ภารกิจของธนุสจะประสบความสำเร็จหรือไม่ และความรัก ความหวังของหนุ่มสาวทั้งสองจะจบลงอย่างไร เมื่อต้องก้าวข้ามกำแพงแห่งชนชั้น...


*****

ด้วยความที่ชอบเสพนิยายดราม่าเป็นทุนเดิม เลยทำให้เจ้าของบล็อกถูกอกถูกใจเล่มนี้ของคุณอุธิยามากค่ะ สำนวนการเขียนก็ยังคงเป็นสไตล์ของเธอ เรียบง่าย ไม่วิลิศมาหรา แต่อ่านแล้ว 'อิน' 

จะว่าไปบุคลิกของนางเอกนี่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวมาก โดยเฉพาะความคิด คำพูดคำจา จะเห็นว่าพ่อของเธอเองยังจำนนด้วยคำพูดของลูกสาวอยู่บ่อยๆ แต่เธอก็มีแง่มุมง้องแง้งแง่งอนตามประสาสาวน้อยเวลาอยู่กับพระเอก :D

ส่วนธนุสของคุณหนูวาวก็เป็นผู้ชายเคร่งขรึม ออกแนวเก็บกดนิดๆด้วยซ้ำ ด้วยฐานะที่ถูกลดจนเหลือแค่เพียงคนขับรถ เลยทำให้เขาดูเหมือนจะเย็นชากับคนอื่น แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ค่ะ...ครอบครัวตัวเองโดนกระทำซะขนาดนั้น เป็นใครก็คงคิดแบบพระเอก แต่สิ่งที่เจ้าของบล็อกประทับใจมากคือ ต่อให้โกรธเกลียดพ่อของวลีรักษ์ขนาดไหน เขาก็ไม่เคยทำร้ายจิตใจเธอจริงๆจังๆเลย แมนมากค่า อิอิ...

ในความรู้สึกของเจ้าของบล็อก เรื่องนี้มีจุดที่อ่านแล้วทะแม่งๆอยู่เล็กน้อย ตรงที่พ่อของนางเอกได้เป็นรัฐมนตรีช่วย แต่ดันบอกว่ายังเป็นข้าราชการ...ที่จริงจะเป็นรมช.ได้ ต้องลาออกจากการเป็นข้าราชการประจำก่อนใช่รึเปล่าคะ 

กับอีกจุดนึงตรงยัยหมวยแสบรุจี ใครที่เคยอ่านบุพเพกำนัลรักคงจะรู้ว่าเธออ่อนภาษาอังกฤษอย่างแรง แต่เธอดันรู้นะว่าชื่อเล่นของธนุสแปลว่าอัศวิน (knight) จุดนี้ก็ขัดๆนิดหน่อย แต่ไม่มากเท่าประเด็นแรกค่ะ 

ตอนอ่านนิยายเรื่องนี้รู้สึกว่าตัวเองหมั่นไส้รุจีเอามากๆ เธอดูไม่ค่อยเหมือนสาวซ่าในเรื่องบุพเพกำนัลรัก ที่ต้องมาทำตัวเป็นเด็กดีภายใต้การปกครองของคุณสามี (แต่เหตุการณ์ในบุพเพกำนัลรักจะเกิดทีหลังดาวลิขิตรักหน่อยนึงค่ะ เป็นช่วงหลังจากที่ 4 สาวเรียนจบแล้ว) จะว่าไปคู่ ธนุส-วลีรักษ์ นี่ให้อารมณ์ต่างจากคู่ ภาคี-รุจี เยอะเอาการอยู่ ทั้งที่อายุก็ห่างเท่าๆกัน แค่ 15 ปีเอ๊ง....เข้าข่ายพระเอกกินหญ้าอ่อนอีกแล้วสิเนอะ หุหุ...

ส่วนตอนจบของเรื่องอาจจะค้างๆหน่อยในความรู้สึกของคนอ่านบางคน เจ้าของบล็อกเองก็ 'ค้าง' ค่ะ แต่ก็เข้าใจความคิดของท่านนายพลว่าต้องค่อยๆวางแผนอนาคตให้ลูกเขยซะก่อนที่จะเปิดตัว เอาเถอะค่ะ...จบแบบ happy ending อย่างนี้ คนอ่านก็ปลื้มปริ่มแล้ว

ถึงจะมีจุดติดขัดไปบ้าง แต่โดยรวมเรื่องนี้เจ้าของบล็อกชอบมากนะคะ ตอนนี้ก็กำลังรอให้คุณอุธิยาเขียนเรื่องของ 2 สาวที่เหลืออยู่ ดูท่าแล้วเรื่องของสาวเปรี้ยวอย่างอรดาคงจะมีอะไรให้คนอ่านได้ลุ้นอีกตามเคย :D

-hypomania-

Tuesday, August 12, 2014

หนึ่งคำรัก / อิสย่าห์

หนึ่งคำรัก
ผู้แต่ง อิสย่าห์
สำนักพิมพ์ คำต่อคำ
พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2557




จะว่าไป ศีลธรรม ก็ไม่ได้จะอะไรนักหนากับการที่ผู้ช่วยส่วนตัวสักคนจะลาออก ในเมื่อพิธีกรหนุ่มสุดฮอต หล่อ รวย และเพอร์เฟกต์อย่างเขาจะหาพีเอคนใหม่ย่อมง่ายแค่กระดิกนิ้ว


มันติดตรงที่ว่า ณฐา พีเอคนนี้ของเขาดันอึด ถึก ทน รับคำสั่งเขาได้สารพัดสิ่ง สนองความต้องการชนิดทะลุเพดานของเขาได้อย่างน่าทึ่ง เหนืออื่นใดยังรู้จักรู้ในเขาไปเสียทุกอย่าง ชนิดไม่ต้องให้เอ่ยปากด้วยซ้ำ


มัน 'เรื่องงาน' ล้วนๆ ที่ทำให้เขาทนให้สาวหน้าจืดจอแบนอย่างเธอทำงานชิดใกล้หนุ่มเพอร์เฟกชันนิสต์อย่างเขามาตั้งห้าปี ทั้งที่เขาเคยมีพีเอสวย เอกซ์ เซ็กซ์ อึ๋ม มานับไม่ถ้วน และก็ 'เรื่องงาน' จริงๆ อีกนั่นแหละ ที่ทำให้เขายอมคิดแผนบ้าๆ... พาตัวเองเข้าไปอยู่ในบ้านเธอ!


ก็จะทำไงได้ ในเมื่อจู่ๆ ดันมีหนุ่มหน้าตี๋ที่ไหนไม่รู้มาวนเวียนเทียวไล้เทียวขื่อ หนำซ้ำยังทำท่าจะชิงตำแหน่งคนสำคัญอันดับหนึ่งในสายตาเธอไปจากเขาเสียดื้อๆ แค่คิดว่าเธอจะไปจากเขา จะไม่อยู่ใกล้เขา จะไม่เป็นพีเอของเขาอีกต่อไป ศีลธรรมก็แทบอยู่ไม่ติด


เขาไม่ใช่สมภารกินไก่วัด และไม่เคยเปลี่ยนรสนิยมมาชื่นชมสาวจอแบน แต่เรื่องจะให้หมอนั่นมางาบ เอ๊ย...มาชิงตัวผู้ช่วยมือหนึ่งของเขาไปง่ายๆ คงไม่ใช่เขาแน่ และไม่ว่ามันจะดูโรคจิตและเวอร์สุดฤทธิ์ขนาดไหน เขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อชิงเธอกลับมา


ขอย้ำให้เข้าใจกันอีกครั้ง...นี่มันเรื่องงาน!



************************************************************************


สวัสดีค่า หนนี้ถึงคราวรีวิว หนึ่งคำรัก นิยายลำดับที่ 4 ในซีรีย์ 'บ้านน้อยซอยเดียวกัน' ของสำนักพิมพ์คำต่อคำ ซึ่งเจ้าของบล็อกอ่านจบไปหลายเดือนแล้ว ถึงตอนนี้ก็เพิ่งมีโอกาสอ่านหนังสือในชุดนี้ไปแค่ 2 เล่มเอง คือ ต้องฤทธิ์รัก กับเรื่องนี้ค่ะ ส่วนอีก 2 เรื่องยังอยู่บนชั้นหนังสือที่บ้าน รอฤกษ์ปัดฝุ่นหยิบมาอ่านต่อไป แหะๆ


*****

ศีลธรรม พิธีกรชื่อดังแห่งยุค เจ้าของรายการทอล์คโชว์สุดฮิต 'หนึ่งคำรัก' เบื้องหน้าเขาดูเป็นพิธีกรที่ตรง! แรง! และเวอร์สุดขีดยังไง หลังกล้องก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่...ผู้ชายอะไรบ้าอำนาจ...โรคจิต...จน PA อย่างเธอประสาทเสียไปแล้ว!

ณฐา หรือ หนูนิ่ม ลูกสาวเพื่อนสนิทของมารดาศีลธรรม เธอ...ยัยสาวหน้าจืดจอแบน ที่ต้องมารับชะตากรรมเป็นทาสเทวี...เอ๊ย...ผู้ช่วยส่วนตัวของเขา นอกจากจะถูกโขกสับใช้งานอย่างไม่เป็นธรรมทุกวัน เธอยังต้องมาคอยสับรางสาวๆให้เจ้านายอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเห็นแก่เงิน...ณฐาจะขอลาจากอีตาโรคจิตคนนี้!


เห็นเงียบๆหงอๆอย่างนี้ แต่ณฐากลับรู้ใจเขาไปซะทุกอย่าง อย่างนี้ศีลธรรมไม่ยอมให้ใครมาช่วงชิงเธอไปจากเขาได้หรอก...ไม่มีทาง! แต่เอ๊ะ...อย่าเพิ่งเข้าใจผิด! นี่มันแค่เรื่องงานเท่านั้นนะ เขาน่ะเหรอจะชอบผู้หญิงจืดชืดอย่างณฐา เป็น-ไป-ไม่-ได้!! 


และอย่าหวังเลยว่าเขาจะปล่อยพีเอที่สุดแสนจะรู้ใจเขาให้ตกร่องปล่องชิ้นไปกับไอ้สถาปนิกหน้าจืดอย่าง ติสรณ์ งานนี้เขาจะต้องขัดขวางทุกวิถีทาง ถึงแม้จะต้องลงทุนขนาดไปเฝ้าเธอที่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง...เขาก็จะทำ!! 


สุดท้ายศีลธรรมก็หาหนทางไปสร้างบ้านน็อกดาวน์บนพื้นที่บ้านของณฐาเข้าจนได้ ท่ามกลางสายตาพิฆาตของ ณิชมน พี่สาวของณฐา แต่คนอย่างเขาหรือจะแคร์...ไม่มีซะล่ะ...



*****

และแล้วคุณอิสย่าห์ก็ไม่ทำให้เจ้าของบล็อกผิดหวังกับเรื่องนี้จริงๆค่ะ เป็นเรื่องที่นอกจากจะอ่านไปฮาไป มุกกระจายตามสไตล์ของผู้เขียนแล้ว ยังแทรกไปด้วยกลิ่นอายความรักของคนในครอบครัวอีกด้วย อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นค่ะ :D


จุดที่โดดเด่นมากของเรื่องนี้คือคาแรกเตอร์ของศีลธรรมนั่นเอง เป็นพระเอกที่ไม่เคยพบเจอในนิยายเรื่องไหนมาก่อน แบบว่าเพี้ยนมากค่า เหมือนคนที่มีอาการทางจิตเวชบางอย่าง (คือเห็นแค่ชื่อฮีก็ฮาละ เพราะช่างขัดกันกับนิสัยซะเหลือเกิน ฮ่าๆๆ) ตรรกะและการกระทำแต่ละอย่างของฮีช่างไม่ธรรมดาซะจริงๆ อย่างมุกทำน้ำท่วมบ้านเอย...มุกบุกเข้าไปในห้องนางเอกเอย...ทำไปได้นะคุณศีล...ขอชื่นชมในความสร้างสรรค์ของผู้เขียนค่ะ แต่ศีลธรรมเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมีปมบางอย่างตั้งแต่วัยเด็ก ก็เลยทำให้มีลักษณะนิสัยเป็นอย่างนั้น และเมื่อได้เข้ามาอยู่กับครอบครัวของณฐา...จึงทำให้เขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น นับเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการให้คนอ่านฟีลกู๊ดได้เป็นอย่างดีค่ะ แต่ก็นะ...ถึงแม้จะหวงแสนหวงนางเอกยังไง ฉลาดซักแค่ไหน คนชอบเอาชนะอย่งคุณศีลก็ไม่เคยรู้ใจตัวเองเลย จนกระทั่งวันที่จะต้องสูญเสียณฐาไปจริงๆนั่นแหละ เฮ้อ...แล้วฮีจะมีวิธีง้อนางเอกยังไง อันนี้ต้องไปอ่านเองในเรื่องนะคะ


อีกอย่างที่ชื่นชอบมากก็คือบทบาทของสาวๆในบ้านของหนูนิ่ม ทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ ล้วนมีบุคลิกเฉพาะตัวที่สามารถเรียกรอยยิ้มจากคนอ่านได้ โดยเฉพาะเด็กหญิงป๋อมแป๋มกับคุณยาย น่ารักมากๆ :)


ส่วนตัวร้ายนี่เป็นอะไรที่เจ้าของบล็อกคาดไม่ถึงเลยค่ะ รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ เห็นคุณศีลร้ายๆอย่างนี้แต่จริงใจกว่าเยอะ ถือเป็นโชคดีของหนูนิ่มที่รอดเงื้อมมือมารสังคมมาได้เพราะถูกเจ้านายโรคจิตคอยกีดกัน (อ้าว...เผลอสปอยล์ไปซะแล้ว แหะๆ) 


ยิ่งเจ้าของบล็อกติดตามอ่านนิยายของผู้เขียนเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่าฝีมือของเธอพัฒนาขึ้นเรื่อยๆนะคะ ชอบเรื่องนี้มากกว่าเรื่องที่ผ่านๆมาของคุณอิสย่าห์ค่ะ ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ :D

-hypomania-

Monday, August 11, 2014

ดวงใจรักจ้าวยุทธ์ / กะรัต

ดวงใจรักจ้าวยุทธ์
ผู้แต่ง กะรัต
สำนักพิมพ์ คำต่อคำ
พิมพ์ครั้งแรก สิงหาคม 2557




"นอกจากข้า เขาก็ไม่เคยคิดจะแต่งกับใคร เพราะข้าเคยขึ้นเตียงกับเขาแล้ว" หลันซิ่วจูประกาศกร้าวกับสตรีที่เข้ามารายล้อมตัวเถียนเยวี่ย บุรุษปริศนาที่บิดานางช่วยชีวิตไว้ นั่นคงกล่าวอ้างได้อยู่กระมัง แม้ตอนขึ้นเตียงกับเขานั้น นางจะมีอายุเพียงเจ็ดขวบ ซ้ำที่นางกระโดดขึ้นเตียงเขาก็เพราะกลัวเสียงฟ้าร้อง!

บิดามัววุ่นวายกับเรื่องสมุนไพร อีกทั้งมารดาลาโลกตั้งแต่แบเบาะ เขาผู้เป็นเพื่อนบิดาควรอยู่ในฐานะพ่อบุญธรรมหรือท่านอาใช่หรือไม่ แต่เหตุใดมิทราบได้ เด็กสาวจึงวางเขาไว้ในสถานะ 'สามี' ของนางมาโดยตลอด 

เวลาเกือบสองปีที่บิดาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ยังสร้างเรื่องราวความผูกพันใกล้ชิดจนบังเกิดความสนิทเสน่หา ผู้อาวุโสเช่นเขาก็เพียรหักห้ามใจตัวเองเสมอมาว่า...ไม่ควร แต่ใจเจ้ากรรมพลันสั่นไหวแกว่งไกว ทั้งใกล้สมยอมอยู่รอมร่อ

ที่สุดแล้ว เขาคงมิอาจรอดเงื้อมมือนางไปได้!

************************************************************************


ฟินจิกหมอนไปหมาดๆกับ ดวงใจรักจ้าวยุทธ์ นิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรกของค่ายคำต่อคำ ที่เพิ่งออกจำหน่ายเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง เจ้าของบล็อกซื้อแบบอีบุ๊คมาตั้งแต่วันแรกที่ออก แล้วเริ่มอ่านตอนเลิกงานขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน กลับมาหยุดพักทานข้าว เล่นกับน้องหมาพอหอมปากหอมคอ อาบน้ำเสร็จก็ตะลุยอ่านจนจบตอนเกือบ 5 ทุ่ม ฮ่าๆๆ ไม่ได้อ่านนิยายแบบหักโหมอย่างนี้มานานมากแล้วค่ะ แบบนี้รับประกันความสนุกได้แน่นอน :D

*****

เถียนเยวี่ย เด็กหนุ่มที่เติบโตมาในหุบเขาไผ่หอม...เขาผู้มีชาติกำเนิดอันสูงส่ง แต่เพราะสายเลือดอันสูงศักดิ์นี้เองที่ทำให้เขาถูกปองร้ายจากผู้คนในรั้วกำแพงวัง เด็กหนุ่มถูกทำร้ายหมายเอาชีวิตเมื่อมีอายุได้ 14 ปี ทว่าสวรรค์ยังมีเมตตาที่ทำให้เขาได้พบกับ หลันหมิง หมอเทวดาที่ช่วยรักษาจนเขารอดชีวิตมาได้ในที่สุด

หลันซิ่วจู เด็กหญิงผู้ปักใจกับเด็กหนุ่มที่บิดาของนางช่วยชีวิตไว้ตั้งแต่นางอายุได้ 3 ขวบ เมื่อท่านอาเถียนของนางจากไป ดวงใจของเด็กหญิงตัวน้อยก็เฝ้าแต่รอคอยการกลับมาของเขาอย่างใจจดใจจ่อ แม้นางจะยังเล็กและอ่อนต่อโลกนัก ทั้งยังไม่เข้าใจความหมายของสามีภรรยาและแต่งงาน แต่ก็ไม่รู้ล่ะ...นางจะเป็นภรรยาของเขาให้ได้! ก็นางอยากอยู่กับเขาตลอดไปนี่นา!

ทุกครั้งที่ได้พบกับท่านอาเถียนสร้างความยินดีให้กับเสี่ยวจูเป็นอย่างยิ่ง นอกจากบิดาของนางแล้ว ท่านอานี่แหละที่เป็นคนสำคัญที่สุด นางติดเขาแจ แถมยังตู่ไปเองว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับเขา สร้างความรู้สึกประหลาดให้ก่อกวนในใจเขายิ่งนัก... 

เมื่อบิดาของหลันซิ่วจูเดินทางไกลเพื่อไปเก็บสมุนไพรแล้วหายตัวไปอย่างลึกลับ เถียนเยวี่ยที่ได้ข่าวจึงเกิดความเป็นห่วงเสี่ยวจูน้อยๆของเขา เขาจึงออกเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อรับนางมารอบิดาด้วยกันที่หุบเขาไผ่หอม

จากเดือนเป็นปี เสี่ยวจูเฝ้ารอการกลับมาของบิดาเท่าไรก็ยังไร้วี่แวว นางจึงอยู่ภายใต้การดูแลของท่านอาเถียน ความใกล้ชิดสนิทสนม ทำให้ส่ิงที่รบกวนจิตใจของเขายิ่งชัดเจนขึ้น แถมยิ่งเติบใหญ่ขึ้น ความน่ารักของเสี่ยวจูก็มิอาจทำให้เขาละสายตาไปจากนางได้เลย...นี่บุรุษอย่างเขาตกหลุมเสน่ห์ที่หญ้าอ่อนอย่างเสี่ยวจูคนนี้ขุดไว้แล้วหรืออย่างไร!  


*****

บอกได้เลยว่าเรื่องราวระหว่างเสี่ยวจูกับท่านอาเถียนนี่หวานมากค่ะ ทำเอาเจ้าของบล็อกฟินเวอร์ ระหว่างที่เขียนรีวิวอยู่ก็กำลังหยิบขึ้นมาอ่านเป็นรอบที่ 2 พล็อตนิยายพระเอกหนุ่มกับนางเอกวัยสาวแรกแย้มนี่ยังไงก็โดนใจเจ้าของบล็อกไปเต็มๆ (ชอบแนวพระเอกเลี้ยงต้อยก็ว่ามาเหอะ ฮ่าๆๆ) ยิ่งมีกลิ่นอายนิยายจีนที่โปรดปรานนี่ยิ่งใช่เลยค่ะ เจ้าของบล็อกเริ่มอ่านนิยายกำลังภายในตามคุณพ่อตั้งแต่สมัยอยู่มัธยม มาจนปัจจุบันก็ยังอ่านนิยายจีนหวานๆของแจ่มใส มากกว่ารัก เรียกว่าเรื่องนี้จัดมาได้ถูกแนวเจ้าของบล็อกเป็นอย่างยิ่งค่ะ ฮ่าๆ

สิ่งที่ชอบมากสำหรับเรื่องนี้คือบุคลิกของนางเอก เสี่ยวจูของเราเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักมาก ฉลาด ช่างเจรจา แต่ไม่ง้องแง้งน่ารำคาญนะคะ จิตใจอ่อนโยน แถมยังสดใสร่าเริง จึงไม่แปลกที่พระเอกจะอยากเคี้ยวหญ้าอ่อนอย่างนาง ส่วนท่านอาเถียนเป็นแนวพระเอกสุขุมเยือกเย็น ไม่เคยเหลือบแลสตรีนางใด แต่หนึ่งเดียวที่ทำให้บุรุษอย่างเขาหวั่นไหว ซ้ำยังกลายร่างเป็นโจรราคะได้ก็คือเสี่ยวจู...ไข่มุกเม็ดงามของเขานี่แหละ >//< 

แอบกระซิบนิดนึงว่าตอนพิเศษท้ายเรื่องน่ารักมากค่ะ ทั้งหวาน ทั้งฮา เห็นนิ่งๆอย่างนั้น ที่จริงแล้วท่านอาเถียน 'หื่น' มาก ฮ่าๆๆ

อีกจุดที่ชอบคือคุณกะรัตได้สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับธรรมเนียม ประเพณีของจีน รวมทั้งตำนานและคำศัพท์จีนให้เป็นความรู้แก่คนอ่านอย่างเราๆด้วย แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกยัดเยียดจนเกินไปค่ะ กำลังพอดีๆ

สิ่งที่ชอบก็ว่าไปแล้ว มาถึงจุดที่ยังรู้สึกค้างๆอยู่บ้างดีกว่า เป็นเรื่องปมการถูกปองร้ายของพระเอกค่ะ โดยเฉพาะตอนท้ายเรื่อง รู้สึกว่ามันสั้นๆห้วนๆไปหน่อย เหมือนผู้เขียนไม่ได้จะเน้นประเด็นตรงจุดนี้ แต่ไปเน้นความสัมพันธ์ระหว่างพระ-นางซะมากกว่า เจ้าของบล็อกคิดว่าถ้าขยายรายละเอียดเรื่องนี้เข้าไปอีกหน่อยจะทำให้เนื้อเรื่องสนุกเข้มข้นกว่านี้เยอะเลยค่ะ 

โดยรวมแล้วถือว่าเรื่องนี้สนุก อ่านแล้วได้อารมณ์หวานๆ ฟินๆ อ่านไปอมยิ้มไป ถูกจริตเจ้าของบล็อกค่ะ ใครที่ชอบนิยายแนวนี้ลองหามาอ่านดูนะคะ :D

-hypomania-

Friday, August 1, 2014

หวานลับเล่ห์ / เนวิกา

หวานลับเล่ห์
ผู้แต่ง เนวิกา
สำนักพิมพ์ คำต่อคำ
พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2557 



การหายตัวไปอย่างกะทันหันของ 'ลูกกวาด' เป็นเหตุให้ชีวิตของ 'ลูกอม' ต้องพลิกผันไปตลอดกาล


ความไม่ลงรอยกับ ภนนท์ คู่หมายของตนมาตั้งแต่เยาว์วัย และความกดดันที่ได้รับจาก วิญญู เจ้านายหนุ่มมาดขรึม คือสาเหตุหลักที่ กัญชรส ระบุไว้ก่อนจะหนีออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ มธุรส ผู้เป็นฝาแฝดกลับไม่เชื่อเช่นนั้น จึงปลอมตัวเป็นพี่สาวตนเข้าไปทำงานในบริษัทนำเข้าขนมหวานจากญี่ปุ่นเพื่อหาเบาะแส ทว่าวันแรกที่เข้าไป เธอก็ดันไปล่วงรู้ 'ภารกิจลับ' ของบริษัทขนมหวานแห่งนี้เข้าให้ ในขณะที่ภนนท์...พี่ชายแสนดีที่เธอไว้ใจมาตลอด ก็เริ่มแสดงพิรุธเกี่ยวกับภารกิจดังกล่าว จนความเชื่อใจของมธุรสที่มีต่อเขาเร่ิมสั่นคลอนขึ้นทุกที 


ภารกิจนั้นคืออะไร...พี่สาวเธอหายไปไหน... จริงๆแล้วผู้ชายทั้งสองคนนี้ซ่อนความลับอะไรไว้ แม้หนทางสู่คำตอบจะมีขวากหนาม แต่มธุรสก็ยอมทุ่มสุดตัวเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้ และยิ่งพัวพันมากเท่าไร เธอก็พบว่าภารกิจอันตรายยิ่งเต็มไปด้วยเล่ห์ลับ...ที่กลับเริ่มหวานขึ้นทุกที...จนยากที่จะถอนตัวและหัวใจออกมาเสียแล้ว!


************************************************************************



君と僕が永遠に続きますように。
'ขอให้คุณและผม...ได้อยู่ด้วยกันตลอดไป'

สวัสดีค่ะ คราวนี้เจ้าของบล็อกขอเริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยการรีวิว หวานลับเล่ห์ นิยายหน้าปกสีหวานสมชื่อจากฝีมือคุณเนวิกา นักเขียนหน้าใหม่ที่เพิ่งมีผลงานตีพิมพ์เล่มนี้เป็นเล่มแรก ซึ่งถ้าใครเห็นประโยคที่เจ้าของบล็อก quote มาไว้ด้านบนแล้วเดาว่าเนื้อเรื่องน่าจะเกี่ยวกับอะไรญี่ปุ่นๆแน่เลย แปลว่าคุณเดาได้ถูกต้องแล้วค่ะ ในเรื่องนี้เราจะได้พบกับเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับขนมญี่ปุ่น...หนุ่มหล่อที่จบจากโทได...โอะไดบะ...โตเกียว และ...ฮานะมิซุกิ...

(หมายเหตุ โทได เป็นชื่อย่อของ Tokyo Daigaku หรือมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของญี่ปุ่นค่ะ)

*****


จะว่าไปชั่วชีวิตของ มธุรส ก็ไม่เคยได้รับการแสดงออกอย่างรักใคร่กลมเกลียวจาก กัญชรส พี่สาวฝาแฝด ผู้ซึ่งเลิศเลอเพอร์เฟกต์ เหนือกว่าเธอในทุกๆด้าน แล้วอยู่ๆแฝดผู้พี่ของเธอก็หนีออกจากบ้านไป ทิ้งไว้เพียงจดหมายที่เป็นปริศนาให้เธอปลอมตัวเข้าไปทำงานที่ทาคาโอะไทยแลนด์แทน แถมคุณพี่สาวยังยื่นจดหมายลาออกจากบริษัทที่เธอทำงานอยู่แทนเธอซะอีกแน่ะ! 'ลูกอม' เลยจำใจรับบทเป็น 'ลูกกวาด' เข้าไปสืบเงื่อนงำในบริษัทนำเข้าขนมหวานแห่งนั้น และได้ยินแผนการบางอย่างของ วิญญู ผู้จัดการสุดโหดจากฝ่ายการตลาดเข้าโดยบังเอิญ

วิญญูจับได้ว่าเธอแอบฟังอยู่ เลยดึงเธอเข้าไปร่วมปฏิบัติการลับของเขา โดยที่มธุรสเองก็คาดไม่ถึงว่า ภนนท์ พี่ชายข้างบ้านผู้เป็นคู่หมายของกัญชรสก็สมรู้ร่วมคิดกับแผนการนี้ด้วย! แถมผู้ชายทั้ง 2 คนนี้นี่เองที่อาจจะเป็นต้นเหตุให้พี่สาวเธอต้องหนีไป! เรื่องมันชักจะยังไงกันแน่ล่ะเนี่ย


จากที่เธอเข้าไปร่วมภารกิจลับโดยไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ทำให้ทั้งตัวและหัวใจของเธอตกอยู่ในภาวะวิกฤติ...เธอตกหลุมรักผู้ชายที่พี่สาวเธอบอกไว้ว่า...เขาเป็นคนอันตราย! เธอควรจะเชื่อใครดี ระหว่างแฝดผู้พี่กับหัวใจของตัวเอง...



*****

ในความเห็นของเจ้าของบล็อก คู่พระเอก-นางเอกของเรื่องนี้นับเป็นคู่ที่ลงตัวมากค่ะ ระหว่างผู้หญิง 'สวยไม่มาก...แต่ท่ายากเยอะ' กับผู้ชายกล้ามท้องแน่นและ 'หล่อจนลูกน้องไม่แคร์ความดุ' (คุณวินน่ากินมากเลยเนอะ แอร๊ย...) ลูกอมของพวกเรานี่เป็นตากล้องสาวห้าว เจ้าของดีกรีเทควันโดสายดำ ผู้ใช้เพลง 'บางระจัน' เป็นริงโทนโทรศัพท์มือถือค่ะ ฮ่าๆๆ ในชีวิตจริงจะมีผู้หญิงคนไหนใช้เสียงเรียกเข้าเป็นเพลงนี้บ้างมั้ยคะเนี่ย ส่วนคุณวินเป็นแนวผู้ชายเนี้ยบ ระเบียบจัดทุกดีเทล เห็นขรึมๆเคร่งๆแบบนี้ แต่เขาก็ยังมีแง่มุมแอบหวานเป็นบางทีนะคะ บางซีนอ่านแล้วแอบจิกหมอนแทนยัยลูกอม >_< แต่คุณวินดันมีอดีตฝังใจบางอย่างเกี่ยวกับความรักก็เลยสร้างกำแพงขึ้นมาขวางตัวเองกับลูกอมเอาไว้ ซึ่งกว่าจะทุบกำแพงลงได้นางเอกของเราก็เกือบจะโปะยาสลบแล้วลากอีตาคุณวินเข้าห้องซะแล้ว ฮ่าๆๆ


ฉากหลังของเรื่องก็นับว่าโรแมนติกไม่น้อยค่ะ นอกจากเหตุการณ์ที่เมืองไทยแล้ว พระ-นางของเรายังมีโอกาสได้ไปผจญภัยที่โตเกียวด้วยกัน แถมที่โน่นยัยหนูลูกอมยังได้โชว์คิวบู๊ท่ายากทั้งหลายให้คุณวินทึ่งซะด้วย เรียกว่าฟันผ่าอุปสรรคด้วยกันมาอย่างนี้ (แถมยังได้นอนห้องเดียวกันอีก อร๊าย...) ต่อให้เป็นผู้ชายเย็นชาแบบคุณวินก็ต้องหวั่นไหวบ้างแหละน่า อิอิ... นอกจากซีนบู๊แล้ว ฉากชิลด์ๆที่ Odaiba ก็กระตุ้นต่อมอยากไปเที่ยวของคนอ่าน (หมายถึงอิชั้นเอง) ได้เป็นอย่างดีนะคะ :D


ถ้าพูดถึงคู่แรกแล้วก็คงต้องพลาดที่จะพูดถึงคู่รองอย่างลูกกวาดกับพี่นนท์ไม่ได้ คู่นี้ออกแนวรักนะแต่ไม่แสดงออกค่ะ จริงๆแล้วต่างก็แอบรักอีกฝ่ายมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ฝ่ายหญิงดูจะตั้งป้อมหาเรื่องคู่หมายของเธอตลอด ด้วยความระแวงว่าภนนท์ชอบน้องสาวของเธอ ส่วนฝ่ายชายเจอเข้าแบบนี้ก็เหวอ ทำอะไรไม่ถูกค่ะ แถมกัญชรสเองก็มักแสดงท่าทีว่าเป็นหญิงแกร่งไม่ง้อใคร เลยมีหลายคราวที่ทำให้ภนนท์หันไปเอาใจใส่มธุรสมากกว่า กลายเป็นว่ายิ่งทำให้กัญชรสไม่ชอบขี้หน้าน้องสาวตัวเองหนักเข้าไปอีก เฮ้อ... กว่า 2 คนนี้จะลงเอยกันได้ก็ต้องมีใครเจ็บตัวกันบ้าง ถึงจะหายปากแข็ง หุหุ...


นับว่าเรื่องนี้เป็นการแจ้งเกิดนักเขียนหน้าใหม่อย่างคุณเนวิกาได้อย่างสวยงามค่ะ แต่ก็ยังมีจุดที่เจ้าของบล็อกอ่านแล้วรู้สึกตะหงิดๆนิดๆ ตรงเหตุผลที่ตัวร้ายหลอกให้กัญชรสไปเชียงใหม่ อ่านดูแล้วขบคิดตามก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ดูเหมือนตรงนี้ยังมีน้ำหนักน้อยไปนิดนึง แต่ปมอื่นๆถือว่าผู้เขียนทำได้ดีค่ะ อ่านแล้วรู้สึก 'สนุกมาก' ลุ้นไปกับลูกอมตลอดทั้งเรื่อง โดยส่วนตัวชื่นชมคุณเนวิกานะคะ ได้ยินมาว่าเธอเพิ่งรับพระราชทานปริญญาบัตรจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯไปหมาดๆ อายุเท่านี้แต่เธอเขียนหนังสือได้น่าสนใจ สำนวนภาษาอ่านแล้วไม่ติดขัดเลย 


'...ชีวิตก็เหมือนชิงช้าสวรรค์ มีลง...มีขึ้น มีทุกข์ก็ต้องมีสุข หมุนไปเรื่อยๆแบบนี้ ไม่มีใครหรอกที่จะต้องทนทุกข์ไปตลอดกาล มันเป็นเรื่องปกติชีวิตมนุษย์อยู่แล้วที่ต้องพบเจอกับเรื่องราวในแง่ต่างกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และยอมรับตัวเองมากขึ้น'


หลังจากที่ได้ความประทับใจจากเรื่องนี้ไปแล้ว เจ้าของบล็อกเลยตั้งใจว่าจะติดตามผลงานเล่มต่อๆไปของคุณเนวิกาค่ะ รวมทั้ง 'วิวาห์รักร้อยเล่ห์' ที่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์อรุณด้วย ไว้ถ้าอ่านแล้วคงได้ฤกษ์มารีวิวอีกทีนะค้า :D


ก่อนจะลาไป ขอแปะเพลง Hanamizuki เวอร์ชั่นแสดงสด ของคุณ Hitoto Yo ไว้นิดนึงนะคะ เพลงเพราะมากค่ะ นึกถึงฉากที่คุณวินพูดถึงเพลงนี้...

-hypomania-




'ก่อนหน้านี้ ชีวิตของผมเคยมีเพียงรสจืดกับรสขม แต่คุณคือลูกอม...ที่เปลี่ยนโลกของผมให้หวานจับใจ'